⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 421/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความกฎหมายต้องเป็นไปตามตัวอักษรและเจตนารมณ์ของกฎหมาย หากกฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้เฉพาะสิ่งใด สิ่งอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อยกเว้นย่อมไม่อยู่ในข้อยกเว้นนั้นด้วย. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการค้าให้ถูกต้อง หากแสดงรายการค้าผิดพลาด ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อน เจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้. การเสียภาษีผ่านพิธีการศุลกากรโดยสำแดงรายการค้าแล้ว มิใช่การชำระภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากภายหลังปรากฏว่าเสียภาษีไม่ถูกต้อง ผู้เสียภาษีย่อมยังคงต้องรับผิดตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

การที่พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฯ(ฉบับที่ 28)พ.ศ.2511 และ (ฉบับที่ 57) พ.ศ.2518 นำคำว่า "นอกจากมันเนย" ไปต่อท้ายคำว่า "เนย" แสดงว่าพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามประมวลรัษฎากรถือว่า "เนย" มีความหมายถึง "มันเนย" ด้วย จึงกำหนดข้อยกเว้นไว้ในพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ประสงค์จะเก็บภาษีการค้าสำหรับมันเนยในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ ฉะนั้นโจทก์นำสินค้ามันเนยเข้ามาในราชอาณาจักรช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่43) พ.ศ.2516 ซึ่งไม่ได้กำหนดยกเว้นสำหรับสินค้ามันเนยไว้บังคับ โจทก์จึงต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ 7 ของรายรับ โจทก์ผู้นำเข้ามีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องยื่นแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้อง เมื่อโจทก์ยื่นแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด ทำให้จำนวนที่ต้องเสียภาษีคลาดเคลื่อน เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจเรียก ให้โจทก์เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89, 89 ทวิ การที่โจทก์เสียภาษีนำสินค้าผ่านพิธีการศุลกากร โดยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้าแล้ว มิได้หมายความว่าโจทก์ได้ชำระภาษีการค้าตามใบแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินโดยถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินในภายหลังว่าโจทก์เสียภาษีไม่ถูกต้อง โจทก์ก็หาพ้นจากหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.78 ประมวลรัษฎากร ม.89 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2511 ม.4 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีการค้า (ฉบับที่ 57) พ.ศ.2518 ม.3 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 43) พ.ศ.2516 ม.3 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 43) พ.ศ.2516 ม.9 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ.2517 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำสินค้ามันเนยเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับ ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งการประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีเทศบาล รวมเป็นเงิน๑๐๗,๔๗๒.๓๓ บาท โดยอ้างว่าโจทก์ชำระภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับไม่ถูกต้องโจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ ของรายรับตามบัญชี ๑หมวด ๑(๓) ท้าย พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ได้พิจารณาและวินิจฉัยลดเบี้ยปรับและภาษีบำรุงเทศบาลให้โจทก์บางส่วน โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยของจำเลยทั้ง ๔ ไม่ถูกต้องเพราะมันเนยไม่ใช่เนย เนยแข็ง หรือเนยเทียมอันเป็นสินค้าตามบัญชี ที่ ๑ หมวด ๑(๓) นอกจากนี้จำเลยไม่มีอำนาจสั่งให้โจทก์เสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับเพราะโจทก์เสียภาษีตามพิกัดอัตราศุลกากรตามอัตราที่จำเลยที่ ๑ ร่วมกับกรมศุลกากรจัดพิมพ์ขึ้นให้เสียในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับ และเจ้าพนักงานได้ตรวจสอบถูกต้องแล้ว ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์นำสินค้ามันเนยเข้ามาในราชอาณาจักรในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๑๗ อันเป็นเวลาที่พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ ใช้บังคับ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มิได้ยกเว้นมันเนยให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๑.๕ ดังเช่นฉบับที่ ๒๘ และฉบับที่ ๕๗ โจทก์จึงต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับเนยเพราะมันเนยก็คือเนย แม้โจทก์นำสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรแล้วเมื่อปรากฏว่าโจทก์เสียภาษีไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินย่อมมีอำนาจเรียกเก็บให้ถูกต้อง การประเมินและคำวินิจฉัยของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๑๗ โจทก์นำสินค้ามันเนยเข้ามาในราชอาณาจักรโดยโจทก์สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับ ปัญหาว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าสำหรับมันเนยในอัตราร้อยละ๑.๕ หรือ ร้อยละ ๗ ของรายรับ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ลักษณะ ๒ หมวด ๔ ประเภทการค้า ๑ การขายของชนิด (ก) ระบุว่า ผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ ของรายรับ ดังนั้นโดยปกติโจทก์จะต้องเสียภาษีในอัตราดังกล่าวเว้นแต่จะมีพระราชกฤษฎีกายกเว้นหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าชนิดนั้น คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าระหว่างที่โจทก์นำมันเนยเข้ามาในราชอาณาจักร มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๙ บัญญัติให้สินค้าที่มิได้ระบุไว้ในบัญชีที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เฉพาะที่นำเข้าราชอาณาจักรเสียภาษีการค้าร้อยละ ๑.๕ ของรายรับและตามบัญชีที่ ๑ หมวด ๑(๓) ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ได้ระบุถึงเนย เนยแข็ง เนยเทียม ฯลฯ มีปัญหาว่าคำว่า "เนย" จะมีความหมายรวมถึงมันเนยด้วยหรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓ ให้ความหมายของคำว่า เนย ไว้ว่าคือ น้ำมันที่ทำจากน้ำนมสัตว์มีทั้งข้นและแข็ง ฉะนั้นตามพจนานุกรมนี้ทั้งเนยและมันเนยก็คือน้ำมันที่ทำจากน้ำนมสัตว์ ประกอบกับต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้มีพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๕๗) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของหมวด ๑ ในบัญชีที่ ๑ แห่งบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๕๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทนว่า " (๓) ผงชูรสผลิตภัณฑ์ชงดื่ม ครีม เนยแข็ง เนยเทียม เนยนอก จากมันเนย" และมีบันทึกเหตุผลในการออกพระราชกฤษฎีกานี้ไว้ตอนท้ายว่า เพื่อลดอัตราภาษีการค้าสำหรับสินค้ามันเนยจากร้อยละ ๗ ของรายรับลงเหลือ ๑.๕ ของรายรับ ทั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็เคยออกพระราชกฤษฎีกาทำนองนี้มาครั้งหนึ่ง คือพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๔ การที่พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๑๑ และ (ฉบับที่ ๕๗) พ.ศ. ๒๕๑๘ นำคำว่า "นอกจากมันเนย" ไปต่อท้ายคำว่า "เนย" แสดงว่าพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามประมวลรัษฎากรถือว่า เนยมีความหมายถึงมันเนยด้วย จึงกำหนดข้อยกเว้นไว้ในพระราชกฤษฎีกา เมื่อประสงค์จะเก็บภาษีการค้าสำหรับมันเนยในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับ ฉะนั้นโจทก์นำสินค้ามันเนยเข้ามาในราชอาณาจักรช่วงเวลาที่ใช้พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๔๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งไม่ได้กำหนดยกเว้นสำหรับสินค้ามันเนยไว้บังคับ โจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าสำหรับสินค้ามันเนยร้อยละ ๗ ของรายรับ หาใช่ร้อยละ ๑.๕ ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ โจทก์ผู้นำเข้ามีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องยื่นแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าให้ถูกต้อง เมื่อโจทก์ยื่นแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อน เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจเรียกให้โจทก์เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙, ๘๙ ทวิ การที่โจทก์เสียภาษีนำสินค้าผ่านพิธีการศุลกากร โดยแจ้งสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้าแล้ว ก็มิได้หมายความว่าโจทก์ได้ชำระภาษีการค้าตามใบแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินโดยถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินในภายหลังว่าโจทก์เสียภาษีไม่ถูกต้อง โจทก์หาพ้นจากหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2525 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเสรีวัฒน์ ฯ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเสรีวัฒน์ ฯ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำราญ ศรีประสาธน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท สุนทรขจิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5890/2539ฎีกา 1116/2541ฎีกา 2165/2542ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 5878/2540ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 2073/2548ฎีกา 520/2525ฎีกา 2518/2540ฎีกา 1899-1901/2520ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 4420/2543ฎีกา 420/2518ฎีกา 665/2523ฎีกา 2169/2534ฎีกา 6961/2540ฎีกา 7146/2545ฎีกา 1027/2510ฎีกา 423/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา