คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาสัญญาไปแล้วไม่คืน โดยอ้างว่าผู้เสียหายคืนให้จำเลยเพราะจำเลยชำระหนี้แล้ว ถือเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายเสียสิทธิในการนำสัญญานั้นไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญากู้ยืมเงินคู่ฉบับเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย จำเลยเอาไปดูแล้วไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหาย ทั้งกลับปฏิเสธอ้างว่าผู้เสียหายคืนให้จำเลยเพราะจำเลยชำระหนี้แล้ว ดังนี้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เอาไปเสีย ซ่อนเร้น ทำให้เสียหาย ทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารสัญญากู้ยืมเงิน 1 ฉบับของผู้เสียหาย อันเป็นสัญญากู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 358
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้เอาสัญญากู้ยืมเงินคู่ฉบับของผู้เสียหายไปดูแล้วไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหาย สัญญาคู่ฉบับดังกล่าวเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย จำเลยเอาไปดูแล้วไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหาย ทั้งกลับปฏิเสธอ้างว่าผู้เสียหายคืนสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวให้จำเลยเพราะจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2525
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นางอำพร อินทนิล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางอำพร อินทนิล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · อุดม บรรลือสินธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา