⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 875/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สิทธิการเช่าตึกแถวเป็นทรัพย์สินตามกฎหมาย * การขอสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายหลังการสืบพยานฝ่ายตรงข้ามเสร็จสิ้น จะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีเหตุอันสมควรที่แสดงว่าไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ * ศาลมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งนำสืบรับกัน แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่ได้ระบุไว้ในคำฟ้องหรือคำให้การของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม หากข้อเท็จจริงนั้นไม่เป็นการนอกประเด็นแห่งคดี

ย่อคำพิพากษา

สิทธิการเช่าตึกแถว มีราคาและอาจโอนกันได้ จึงเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99 พยานหลักฐานที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังสืบพยาน โจทก์เสร็จ เป็นพยานหลักฐานเกี่ยวกับสูติบัตรที่โจทก์อ้างหมายจ. 1 นั่นเองจึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการสืบพยานของโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ระบุอ้างพยานเพิ่มเติมได้ แม้โจทก์ฟ้องอ้างว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก แต่ทางพิจารณากลับได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยได้ขายทรัพย์มรดกอื่นไปแล้วไม่ถึงหนึ่งเดือน จำเลยก็ซื้อรถคันพิพาท ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าจำเลยขายทรัพย์อะไรไป ศาลก็มีอำนาจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบรับดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนและฟังว่าจำเลยขายทรัพย์มรดกอื่นเอาเงินมาซื้อรถคันพิพาท และถือได้ว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก หาเป็นการนอกฟ้องและนอกคำให้การไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกหรือใช้ราคาแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาโดยคู่ความไม่ได้โต้เถียงกันว่า นายแพทย์อนันต์สมบุญธรรม เรียนสำเร็จทั้งวิชาเภสัชศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แต่งงานกับจำเลยและจดทะเบียนสมรสกันเมื่อเดือนมิถุนายน 2504 มีบุตรด้วยกันและยังมีชีวิตอยู่ 3 คน คือนายคมสันนายธีรเดชและเด็กหญิงปริมใจ ต่อมานายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรมได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2518 ขณะถึงแก่กรรมมารดาของนายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรม ยังมีชีวิตอยู่ชื่อนางทองเย็น สมบุญธรรมส่วนบิดาถึงแก่กรรมไปนานแล้ว คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรม บิดารับรองแล้วหรือไม่ปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์มรดกบางรายการ และที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยนั้นชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาขอให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 12 กันยายน 2522 เพื่อให้โอกาสแก่จำเลยนำต้นฉบับสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านคนเกิดตามที่ระบุเพิ่มเติมเข้าสู่สำนวนแล้ววินิจฉัยตามรูปคดี โดยอ้างว่าเพิ่งค้นเอกสารดังกล่าวพบภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จนั้น เห็นว่า จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม 1. สำเนาทะเบียนคนเกิดลำดับ 1598 ด.ช. ชื่อสกุล สมบุญธรรม 2. สูติบัตรเลขที่ 179/1598 ของ ด.ช. ชื่อสกุล สมบุญธรรม อยู่ที่เขตบางรัก และ 3. นายปรีชา ฤทธิแปลก ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ดังนี้ เห็นว่าเป็นพยานหลักฐานเกี่ยวกับสูติบัตรที่โจทก์อ้างหมาย จ.1 นั่นเอง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ ฉะนั้น การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการสืบพยานของโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ระบุอ้างพยานเพิ่มเติมได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้ว" ฯลฯ "ที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับทรัพย์มรดกดังนี้ 1. สิทธิการเช่าตึกแถวจากบริษัทรวมมิตรก่อสร้าง (ที่ถูกเป็นบริษัทรามกิจพาณิชย์และก่อสร้าง จำกัด ทรัพย์อันดับ 4) ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโอนกันได้ เป็นทรัพย์มรดกจำเลยเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นทรัพย์มรดก และราคาสิทธิการเช่าไม่เกิน 100,000 บาทเพราะอยู่ห่างที่ชุมชนนั้น เห็นว่า สิทธิการเช่านี้มีราคาและอาจโอนกันได้ ศาลล่างทั้งสองรับฟังว่าเป็นทรัพย์สินที่นายแพทย์อนันต์และจำเลยได้มาร่วมกันเป็นสินสมรส จำเลยมิได้ฎีกาโต้เถียงโดยชัดแจ้งว่านายแพทย์อนันต์มิได้มีส่วนเป็นเจ้าของ จึงรับฟังเป็นยุติทั้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้สิทธิการเช่านี้คงเป็นสิทธิของจำเลยจึงไม่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอันอาจโอนกันได้หรือไม่นั้นแต่อย่างใด สำหรับปัญหาเรื่องราคาค่าสิทธิการเช่าตึกแถวนี้นั้นเห็นว่าตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ล.11 ตึกแถวนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 816/11 ถนนท่าดินแดง เขตคลองสาน เป็นตึกแถวสามชั้นครึ่ง ห้องขนาดกว้าง4 เมตร ลึก 12 เมตร พื้นบนไม้เนื้อแข็ง พื้นล่างคอนกรีตฝาก่ออิฐ หลังคาดาดฟ้าและกระเบื้องลอนคู่ และข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าขณะนายแพทย์อนันต์ถึงแก่กรรม ยังเหลืออายุสัญญาเช่าอีก 20 ปี ดังนี้จากสภาพของตึกแถว อายุสัญญาเช่าที่คงเหลือ ทั้งยังได้ความตามคำเบิกความของจำเลยว่า ตึกแถวนี้ใช้เป็นคลีนิครับรักษาผู้ป่วยใช้ชื่อว่า หมออนันต์เชี่ยงอันแสดงว่ามิได้อยู่ในทำเลห่างไกลชุมชนฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดราคาสิทธิการเช่า 200,000 บาทชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น 2. ทรัพย์อุปกรณ์การแพทย์ ยารักษาโรคและเฟอร์นิเจอร์ในคลีนิคเลขที่ 57 - 59 ถนนตะนาว (ทรัพย์อันดับ 6) จำเลยฎีกาว่าฟังไม่ได้ว่ามีอยู่ตามที่โจทก์กล่าวอ้างนั้น เห็นว่านางมยุราจำเลยอ้างตนเอง เบิกความรับว่าทรัพย์อันดับ 5 - 7 จำเลยได้ขายแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากนายแพทย์อนันต์ถึงแก่กรรมแล้ว แสดงว่าทรัพย์ดังกล่าวมีอยู่ แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองได้ขายไป ดังนี้ จำเลยจึงต้องรับผิด หาใช่ว่ามิได้มีอยู่ดังจำเลยฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น 3. รถยนต์ยี่ห้อเมอร์ซีเดชเบ๊นซ์ (ทรัพย์อันดับ 13) จำเลยฎีกาว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันแล้วว่า จำเลยซื้อภายหลังจากนายแพทย์อนันต์เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงไม่เป็นมรดก ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยนำเงินจากการขายทรัพย์มรดกรายอื่นไปซื้อ เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำขอเพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่านำเงินจากการขายทรัพย์เดิมมาซื้อ และไม่ได้นำสืบว่าขายทรัพย์อะไรไปซื้อนั้น เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องอ้างว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดกแต่ทางพิจารณากลับได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ขายทรัพย์มรดกอันดับ 1, 3 และ 5 ไปแล้วไม่ถึงหนึ่งเดือน จำเลยก็ซื้อรถคันพิพาท ดังนี้แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าจำเลยขายทรัพย์อะไรไปศาลล่างทั้งสองก็มีอำนาจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบรับดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนและฟังว่าจำเลยขายทรัพย์มรดกอันดับ 1, 3 และ 5 เอาเงินมาซื้อรถคันพิพาท และถือได้ว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก มาเป็นการนอกฟ้องและนอกคำขอแต่อย่างใดไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2525 นายกิตติวงค์ สมบุญธรรม โจทก์ นางมยุรา สมบุญธรรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิตติวงค์ สมบุญธรรม · จำเลย - นางมยุรา สมบุญธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2253/2524ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา