⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1230/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างกระทำขึ้น แม้จะเป็นการกระทำนอกเหนือคำสั่งหรือนอกเวลาทำงาน หากนายจ้างยินยอมให้ลูกจ้างนำทรัพย์สินของนายจ้างไปใช้ได้ตลอดเวลา และทรัพย์สินนั้นยังไม่ได้กลับคืนสู่นายจ้าง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหกล้อ และเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 3 โดยจ้างจำเลยที่ 3 เป็นคนขับรถไปรับจ้างบรรทุกสินค้าพืชไร่ต่าง ๆ ตามปกติจำเลยที่ 3 เอารถไปเก็บไว้ที่บ้านของจำเลยที่ 3 เสมอโดยความยินยอมของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 วันเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์บรรทุกมันสำปะหลังไปส่ง แล้วนำรถไปเก็บที่บ้านของจำเลยที่ 3 ต่อมาตอนกลางคืนจำเลยที่ 3 ขับรถดังกล่าวไปส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจังหวัดนครราชสีมา ขากลับจากโรงพยาบาลจำเลยที่ 3 จึงขับไปชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ดังนี้ ถึงแม้เหตุจะเกิดขึ้นในระหว่างที่จำเลยที่ 3 ขับรถไปธุระส่วนตัวโดยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ทราบก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 3 นำรถคันเกิดเหตุไปเก็บไว้ที่บ้านของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 3 นำรถออกไปใช้ได้ตลอดเวลา ตราบใดที่รถยังไม่กลับไปอยู่กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างก็ย่อมต้องถือว่าจำเลยที่ 3 ขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหกล้อและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๓ รับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ ๓ ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างโดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์โจทก์เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธความรับผิด เหตุเกิดเพราะความผิดของคนขับรถยนต์ของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๑๑๓,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๓ แต่จำเลยที่ ๓ ไม่ได้ขับรถยนต์บรรทุกนั้นไปในทางการที่จ้าง เป็นการขับรถไปโดยพลการ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๓ ในผลแห่งละเมิด พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์ด้วย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์วิทยุตำรวจทางหลวงหมายเลขทะเบียนโล่ ๐๒๒๓๓ จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน ลบ. ๑๔๙๔๘ และเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๓ โดยจ้างจำเลยที่ ๓ เป็นคนขับรถไปรับจ้างบรรทุกสินค้าพืชไร่ต่าง ๆ ตามปกติจำเลยที่ ๓ เอารถไปเก็บไว้ที่บ้านของจำเลยที่ ๓ เสมอ โดยความยินยอมของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เกิดเหตุวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๑ เวลาประมาณ๑ นาฬิกา จำเลยที่ ๓ ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปตามถนนสายโชคชัย -เดชอุดม มุ่งหน้าไปอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมาและด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง จำเลยที่ ๓ ได้ขับรถยนต์ดังกล่าวชนรถยนต์วิทยุของโจทก์ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๒ - ๒๖ ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๑๑๓,๒๒๕ บาท วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๓ ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุบรรทุกมันสำปะหลังไปส่งแล้วนำรถไปเก็บที่บ้านของจำเลยที่ ๓ ซึ่งอยู่ห่างบ้านจำเลยที่ ๑ ประมาณ ๑ กิโลเมตร คืนวันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๓ ขับรถไปส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจังหวัดนครราชสีมา ขากลับจากโรงพยาบาลจำเลยที่ ๓ จึงขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยที่ ๓ ได้ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ หรือไม่ และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ถึงแม้เหตุจะเกิดขึ้นระหว่างที่จำเลยที่ ๓ ขับรถไปธุระส่วนตัว โดยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ไม่ทราบก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ยินยอมให้จำเลยที่ ๓ นำรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปเก็บไว้ที่บ้านของจำเลยที่ ๓ ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ยินยอมให้จำเลยที่ ๓ นำรถออกไปใช้ได้ตลอดเวลา ตราบใดที่รถยังไม่กลับไปอยู่กับนายจ้างก็ย่อมต้องถือว่าจำเลยที่ ๓ ขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2526 กรมทางหลวง โจทก์ ร้อยตรีวิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมทางหลวง · จำเลย - ร้อยตรีวิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสายันต์ สุรสมภพ · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา