คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าครอบครองทรัพย์สินต่อไปหลังจากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ถือเป็นการครอบครองโดยละเมิด ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการเช่า
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่พิพาทเป็นของ ข. มารดาโจทก์จำเลยเช่าที่พิพาทจาก ข. โดยไม่มีสัญญาเช่าต่อกัน ข. ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไปจึงบอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาท ต่อมา ข. ยกที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทอีก จำเลยก็ยังไม่ยอมออกไปนั้น ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องให้บังคับตามสัญญาเช่าอันจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของนางเขือง มารดาโจทก์ นางเขืองได้ให้จำเลยเช่าที่ดินทำกินโดยมิได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือ ต่อมานางเขืองได้บอกเลิกการเช่าให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน จำเลยไม่ยอมออกไปอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย แล้วนางเขืองยกที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมอบอำนาจให้ทนายมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดิน จำเลยไม่ออกไป ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินตามฟ้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า จำเลยเข้าบุกเบิกทำเป็นนาและครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ จำเลยไม่เคยเช่าที่พิพาทจากผู้ใด จำเลยครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑ ปีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการเช่าอสังหาริมทรัพย์มิได้ทำเป็นหนังสือ ขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ฟ้องบังคับตามสัญญาเช่า หากฟ้องโดยอาศัยมูลละเมิด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามประเด็นแห่งคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ โดยบรรยายฟ้องว่าเดิมที่พิพาทเป็นของนางเขือง มารดาโจทก์ จำเลยเช่าที่พิพาทจากนางเขืองโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน นางเขืองไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไป จึงบอกเลิกการเช่า ขอให้จำเลยออกไปจากที่พิพาท จำเลยไม่ออกไป เมื่อนางเขืองยกที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงมอบให้ทนายความบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทอีก จำเลยก็ยังไม่ออกไป ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิด เมื่อจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องให้บังคับตามสัญญาเช่าอันจะต้องมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2526
นางยี่สุ่น วานานวงศ์ ฯ โจทก์
นายชาติ เกาะนาการ ฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางยี่สุ่น วานานวงศ์ ฯ · จำเลย - นายชาติ เกาะนาการ ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรานอม มหรรณพ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายคมสัน ศรีทองสุก · ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา