⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1561/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับซึ่งธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมด ถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาทและลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 แต่ละกระทงไม่เกิน 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลดค่าปรับให้แก่จำเลยที่ 1 และลงโทษจำเลยที่ 2 ในสถานเบาและรอการลงโทษจำเลยที่ 2 ไว้ด้วยนั้น เป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยออกเช็คพิพาทรวม 4 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในวันเดียวกันและสั่งจ่ายเงินวันเดียวกัน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินไปในวันเดียวกันทั้งหมดทุกฉบับ แต่การออกเช็คดังกล่าวเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็ค ซึ่งผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การที่จำเลยทั้งสองออกเช็คหลายฉบับ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวจึงเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 31/2518)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างวาระ กล่าวคือ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำนวน ๔ ฉบับ ให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ซึ่งจำเลยแลกเงินไปจากโจทก์ สั่งจ่ายเงินวันเดียวกัน เมื่อเช็คทั้ง ๔ ฉบับ ดังกล่าวถึงกำหนด โจทก์ได้นำไปเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน ผลปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้ง ๔ ฉบับในวันเดียวกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าว ถือว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ ให้ปรับจำเลยที่ ๑ ตามเช็ค ๔ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๒ ตามเช็ค ๒ ฉบับแรกมีกำหนดฉบับละ ๖ เดือน และฉบับที่ ๓ มีกำหนด ๘ เดือน ฉบับที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ๘ เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๔ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท และลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ แต่ละกระทงไม่เกิน ๕ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฉะนั้น ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลดค่าปรับให้แก่จำเลยที่ ๑และลงโทษจำเลยที่ ๒ ในสถานเบาและรอการลงโทษจำเลยที่ ๒ ไว้ด้วยนั้น จึงเป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสองฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำผิดของจำเลยทั้งสองเป็นเพียงกรรมเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามเช็คทั้ง ๔ ฉบับ โดยถือว่าเป็นการกระทำต่างกรรม ต่างกระทงความผิดนั้นจึงมิชอบ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ออกเช็คพิพาทตามฟ้องรวม ๔ ฉบับเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในวันเดียวกัน และสั่งจ่ายเงินวันเดียวกัน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินไปในวันเดียวกันทั้งหมดทุกฉบับก็ตาม แต่การออกเช็คพิพาทดังกล่าว เป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็ค ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การที่จำเลยทั้งสองออกเช็คหลายฉบับ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวแล้วจึงเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๑/๒๕๑๘ คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายสมศักดิ์ กาญจนสะอาด จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2526 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บางกอกรัษฎาและทรัสท์ จำกัด โจทก์ บริษัทนครเนรมิต จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บางกอกรัษฎาและทรัสท์ จำกัด · จำเลย - บริษัทนครเนรมิต จำกัด ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชนากร ถายะพิงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1588/2479ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 10648/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 218/2555ฎีกา 6416/2541ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1211/2536ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1666/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา