⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1634/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การเสนอซื้อคืนตามคำมั่นที่กำหนดเวลาไว้ ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกัน หากล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว คำเสนอซื้อย่อมสิ้นผลไป * คำสั่งศาลห้ามโอนทรัพย์สินเป็นการชั่วคราว ไม่ถือเป็นเหตุให้ระยะเวลาตามคำมั่นสะดุดหยุดลง

ย่อคำพิพากษา

หนังสือให้คำมั่นของโจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2515 การที่จำเลยเพิ่งเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2522. จึงล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามคำมั่นเสียแล้ว คำเสนอขอซื้อของจำเลยจึงไร้ผล การที่ศาลชั้นต้นในคดีอื่นมีคำสั่งห้ามโอนที่พิพาทเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น มิได้เป็นข้อห้ามหรือขัดข้องแก่การที่จำเลยจะยื่นคำเสนอขอซื้อที่พิพาทคืน เพราะการเสนอขอซื้อเป็นคนละขั้นตอนกับการจำหน่ายจ่ายโอน คำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวจึงไม่มีผลให้ระยะเวลาตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลง ข้อฎีกาที่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทรวม ๗ โฉนดโดยซื้อจากจำเลยจำเลยได้อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๖ ซึ่งอยู่ในที่ดินดังกล่าว ต่อมาโจทก์ต้องการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวจึงได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไป แต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบ้านเลขที่ ๖ ออกไปด้วย หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์รื้อถอนโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ จำเลยได้ขายที่พิพาทให้โจทก์โดยโจทก์ทำหนังสือให้คำมั่นไว้แก่จำเลยว่า โจทก์ยินดีจะขายที่พิพาทคืนให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว แต่จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่ดินคืนภายในเวลา ๒ ปี ในเรื่องราคาจะตกลงกันต่อไป แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหกล้านบาท ระหว่าง ๒ ปีนี้ โจทก์ยอมให้จำเลยครอบครองและยอมให้สิ่งปลูกสร้างรวมบ้านเลขที่ ๖ คงอยู่ต่อไปได้ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โจทก์และจำเลยถูกนางอรุณีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งห้ามมิให้ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทไว้ชั่วคราว การที่จำเลยจะทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์จึงไม่อาจทำได้จนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด นับว่ามีพฤติการณ์พิเศษนอกเหนืออันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นจึงต้องสะดุดหยุดลง ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์จำเลยชนะคดีโดยศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๒ ครั้นวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ จำเลยได้มีหนังสือถึงโจทก์ขอซื้อที่พิพาทคืน โจทก์ไม่ยอมขายคืน เป็นฝ่ายผิดคำมั่น จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบ้านเลขที่ ๖ ออกไปจากที่พิพาท หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือให้คำมั่นระบุไว้ชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดเวลา ๒ ปีนับแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ มิฉะนั้น เป็นอันหมดสิทธิ ฉะนั้น การที่จำเลยเพิ่งเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ จึงล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามคำมั่นเสียแล้ว คำเสนอขอซื้อของจำเลยจึงไร้ผลที่จำเลยอ้างว่าคำสั่งห้ามชั่วคราวของศาลชั้นต้นเป็นพฤติการณ์นอกเหนืออันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ มีผลให้ระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลงจนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวหาได้เป็นข้อห้ามหรือขัดข้องแก่การที่จำเลยจะยื่นคำเสนอขอซื้อที่พิพาทคืนแต่อย่างใดไม่ เพราะการเสนอขอซื้อเป็นคนละขั้นตอนกับการจำหน่ายจ่ายโอนทั้งเมื่อเสนอขอซื้อไปแล้วก็ยังต้องมีการเจรจากันในเรื่องราคาอีก ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ดังนี้ คำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวจึงหามีผลให้ระยะเวลาตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลงดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อตกลงตามคำมั่นของโจทก์ในเรื่องราคาที่ให้โจทก์กำหนดเอาเองได้ตามชอบใจเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี และข้อที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้เสนอขอซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นแล้วก็ดี จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2526 นายไพบูลย์ พานิชชีวะ โจทก์ นายจิราวุฒิ เลขะวัฒนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพบูลย์ พานิชชีวะ · จำเลย - นายจิราวุฒิ เลขะวัฒนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ดำรง แจ่มสุธี · ประเทือง วรรณพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยงยุทธ ธารีสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2893/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 9028/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 3136/2524ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา