คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ได้เพื่อชำระหนี้ทั้งหมดที่ค้างชำระ แม้หนี้บางส่วนจะยังไม่ถึงกำหนดชำระก็ตาม หากทรัพย์สินที่ยึดหน่วงนั้นเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มอบหมายให้ครอบครองเพื่อการชำระหนี้ดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำรถคันพิพาทมาให้จำเลยซ่อมโดยตกลงจะชำระค่าซ่อมรถคันพิพาทพร้อมกับค่าซ่อมรถคันก่อนซึ่งยังไม่ได้ชำระ ดังนั้นหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยรถคันพิพาทที่อยู่ในครอบครองของจำเลยคือหนี้ค่าซ่อมรถที่โจทก์ค้างชำระอยู่ทั้งหมด จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงรถคันพิพาทไว้สำหรับค่าจ้างซ่อมรถคันก่อนที่โจทก์รับรถไปแล้วด้วย ไม่ใช่เฉพาะค่าซ่อมรถคันที่ยึดไว้เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ของจำเลย ต่อมาโจทก์ชำระค่าซ่อมให้แก่จำเลยและขอรับรถยนต์คืน จำเลยไม่ยอมรับค่าซ่อมและได้ยึดรถยนต์ของโจทก์ไว้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์คืนและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ตกลงว่าเมื่อจำเลยซ่อมรถเสร็จจะชำระค่าซ่อมให้พร้อมกับค่าซ่อมรถยนต์อีกคันหนึ่งซึ่งยังค้างชำระอยู่ เมื่อจำเลยซ่อมเสร็จโจทก์จึงต้องชำระค่าซ่อมทั้งสองคัน เมื่อโจทก์ไม่ชำระ จำเลยจึงไม่คืนรถคันดังกล่าวให้โจทก์ และไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย กับฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าซ่อมรถทั้งสองคัน
ศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้องแย้งเฉพาะค่าซ่อมรถคันพิพาท ๙,๐๐๐ บาท
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ชำระค่าซ่อมรถคันก่อนให้จำเลยแล้ว มูลหนี้ค่าซ่อมรถคันแรกกับค่าซ่อมรถคันพิพาทเป็นมูลหนี้เกี่ยวกับทรัพย์สินคนละส่วนกัน จำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถคันพิพาท โจทก์ไม่เคยตกลงว่าจะชำระค่าซ่อมรถคันพิพาทรวมกับค่าซ่อมรถคันแรก
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถคันพิพาทคืนแก่โจทก์และให้ใช้ค่าเสียหาย ให้โจทก์ชำระค่าซ่อมรถทั้งสองคันแก่จำเลย
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยยึดหน่วงรถคันพิพาทไว้ได้จนกว่าโจทก์จะชำระหนี้ค่าซ่อมรถคันก่อนด้วย โจทก์ต้องชำระค่าซ่อมรถคันพิพาทจำนวน ๙,๐๐๐ บาทและจำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย พิพากษาแก้เป็นว่าให้โจทก์ชำระค่าซ่อมรถยนต์แก่จำเลยเป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท และจำเลยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยยอมรับซ่อมรถคันพิพาทเพราะโจทก์ตกลงชำระค่าซ่อมให้พร้อมกับค่าซ่อมรถคันก่อน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์นำรถมาให้จำเลยซ่อมเป็นคราว ๆ ตามค่าจ้างที่ตกลงกัน แต่ยังไม่ได้ชำระค่าซ่อมรถคันก่อนโจทก์ได้นำรถคันพิพาทมาให้จำเลยซ่อมอีก โดยตกลงจะชำระค่าซ่อมรถคันพิพาทพร้อมกับค่าซ่อมรถคันก่อนให้จำเลย ดังนั้นหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยรถคันพิพาทที่อยู่ในครอบครองของจำเลย คือหนี้ค่าซ่อมรถที่โจทก์ค้างชำระอยู่ทั้งหมด จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงรถคันพิพาทไว้สำหรับค่าจ้างซ่อมรถคันก่อนที่โจทก์รับไปแล้วด้วย ไม่ใช่เฉพาะค่าซ่อมรถคันที่ยึดไว้เท่านั้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2526
นายทวี ปรัชญพงษ์ โจทก์
นายชุมพล แซ่อึ้งหรือตั้งโชคทรงชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทวี ปรัชญพงษ์ · จำเลย - นายชุมพล แซ่อึ้งหรือตั้งโชคทรงชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมสถิตย์ ธีรกุล · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา