คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากภาวะขาดทุนของกิจการ ถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากิจการของนายจ้างมีผลประกอบการดีขึ้น หรือมีการขยายกิจการ การเลิกจ้างเช่นนั้นอาจถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยประสบภาวะขาดทุนจริงแต่ผลประกอบการในปี 2542 ขาดทุนน้อยกว่าปี 2541 และจำเลยยังได้เปิดสถานที่ขายคอนกรีตเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง แสดงว่ากิจการของจำเลยดีขึ้น การเลิกจ้างโจทก์เป็นเพียงนโยบายลดค่าใช้จ่ายเท่านั้นเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดังนั้น ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักในปี พ.ศ. 2541 และ 2542จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งปรับโครงสร้างทางบุคลากรด้วยเพื่อให้กิจการของจำเลยอยู่ต่อไปได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นกรณีที่ต้องนำข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติแล้วว่าจำเลยประสบภาวะขาดทุนในปี พ.ศ. 2541 และ 2542และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์อันสืบเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า คำฟ้องอุทธรณ์เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่รับอุทธรณ์
จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งว่า การเลิกจ้างโจทก์เป็นกรณีมีเหตุสมควรและมีสาเหตุเพียงพอที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ เนื่องจากจำเลยประสบภาวะขาดทุนอย่างมาก 2 ปี ติดต่อกันจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้น ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่เป็นการอุทธรณ์ในข้อกฎหมายและหากการเลิกจ้างของจำเลยไม่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมแล้วโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเงินหรือเรียกร้องเงินค่าเสียหายจากจำเลยโปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป
โจทก์แถลงคัดค้าน
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำนวน 215,000 บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว
จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์นี้
ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยประสบภาวะขาดทุนจริง แต่ผลประกอบการของจำเลยในปี 2542 ขาดทุนน้อยกว่าปี 2541 และจำเลยยังได้เปิดสถานที่ขายคอนกรีตเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งแสดงว่ากิจการของจำเลยดีขึ้น การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นเพียงนโยบายลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักในปี 2541 และ 2542 จำเลยจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของจำเลยรวมทั้งปรับโครงสร้างทางบุคลากรด้วยเพื่อให้กิจการของจำเลยอยู่ต่อไปได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้นตามอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว เป็นกรณีที่ต้องนำข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติแล้วว่าจำเลยประสบภาวะขาดทุนในปี 2541 และ 2542 และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์อันสืบเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2544
นางสาว ทิศิตญา ศรีอ่อน โจทก์
บริษัท เรดดี้มิกซ์ ไพโอเนียร์ คอนกรีต (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว ทิศิตญา ศรีอ่อน · จำเลย - บริษัท เรดดี้มิกซ์ ไพโอเนียร์ คอนกรีต (ไทยแลนด์) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปัญญา สุทธิบดี · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ