⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1961/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีของจำเลยเป็นการใช้สิทธิเพื่อรักษาประโยชน์ของตนตามความคิดเห็นว่าจะชนะคดี หาใช่เป็นการกลั่นแกล้งโดยมุ่งต่อผลคือความเสียหายแก่ผู้อื่นถ่ายเดียว อันเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 ไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งเรียกเงินตามสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง ศาลฎีกาพิพากษาว่าไม่ใช่นิติกรรมอำพรางให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ระหว่างบังคับคดีจำเลยได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลแพ่ง อ้างว่าการที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เป็นลาภมิควรได้ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้อง ดังนี้ การฟ้องคดีของจำเลยหาเป็นละเมิดต่อโจทก์ไม่ โดยข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์ที่ว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปคดีเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนนั้น คดีจะเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ยากที่จำเลยซึ่งมิใช่นักกฎหมายจะเข้าใจ การฟ้องของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิเพื่อรักษาประโยชน์ของตนตามความคิดเห็นว่าจะชนะคดี หาใช่เป็นการกลั่นแกล้งโดยมุ่งต่อผลคือความเสียหายแก่ผู้อื่นถ่ายเดียว อันเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๖๖๒๑/๒๕๒๐ ในข้อหาเรียกเงินตามสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพราง ศาลฎีกาพิพากษาว่าสัญญาดังกล่าวไม่ใช่นิติกรรมอำพรางให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ ระหว่างบังคับคดีจำเลยนำประเด็นเดียวกันมาฟ้องโจทก์ต่อศาลแพ่งอีก ซึ่งศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องเพราะเป็นฟ้องซ้ำ ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๖๗๙/๒๕๒๓ ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาไม่สุจริตคิดแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การฟ้องคดีของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายต้องจ้างทนายแก้ต่างเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยใช้เงิน จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้แกล้งฟ้อง จำเลยฟ้องคดีตามหลักฐานในเอกสารสัญญา ศาลฎีกาพิพากษาในคดีเดิมให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ ขัดต่อเอกสารดังกล่าวซึ่งระบุว่าถ้าขายหรือจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๐๐ ยังไม่ได้ โจทก์จะเรียกค่าเสียหาย ๓๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้เป็นอันขาด เงินที่โจทก์ได้รับไปตามคำพิพากษาจึงเป็นลาภมิควรได้จำเลยมีสิทธิเรียกคืน การที่จำเลยฟ้องโจทก์จึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริตและไม่เป็นฟ้องซ้ำ คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ยังไม่รู้ผลโจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์ที่ว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปคดีเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนนั้น คดีจะเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ยากที่จำเลยซึ่งมิใช่นักกฎหมายจะเข้าใจ การฟ้องคดีของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิเพื่อรักษาประโยชน์ของตนตามความคิดเห็นว่าจะชนะคดี อันเป็นการกระทำที่ประสงค์ต่อผลอันเป็นธรรมดาแห่งสิทธินั้นโดยสุจริต หาใช่เป็นการแกล้งโดยมุ่งต่อผลอันเป็นธรรมดาแห่งสิทธินั้นโดยสุจริต หาใช่เป็นการแกล้งโดยมุ่งต่อผลคือความเสียหายแก่ผู้อื่นถ่ายเดียว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๑ ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2526 นายสุเทพ รังษีวงศ์ โจทก์ นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุเทพ รังษีวงศ์ · จำเลย - นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2989/2533ฎีกา 861/2540ฎีกา 6510/2537ฎีกา 2845/2556ฎีกา 3833/2528ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 1971/2517ฎีกา 4834/2539ฎีกา 4432/2553ฎีกา 9020/2543ฎีกา 9671-9675/2544ฎีกา 5565/2548ฎีกา 949/2527ฎีกา 3029/2533ฎีกา 1006/2503ฎีกา 282/2516ฎีกา 4306-4307/2533ฎีกา 542/2546ฎีกา 50/2535ฎีกา 1053/2521ฎีกา 1992/2538ฎีกา 353/2510ฎีกา 387-388/2550ฎีกา 1820/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา