⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2179/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2526

ป.พ.พ. ม.368, 867, 889

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับประโยชน์แจ้งเหตุการณ์ต่อผู้รับประกันภัย ถือเป็นการแจ้งแทนผู้เอาประกันภัยแล้ว และหากสัญญาประกันภัยกำหนดให้ผู้รับประกันภัยพ้นจากความรับผิดเมื่อผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งเหตุการณ์ในเวลาอันสมควร ผู้รับประกันภัยจะพ้นจากความรับผิดได้ก็ต่อเมื่อมีข้อกำหนดดังกล่าวในสัญญาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับประโยชน์แจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงเรื่องรถยนต์หายและขอให้ใช้ค่าทดแทนตามสัญญา ถือได้ว่าแจ้งแทนผู้เอาประกันภัยแล้วทั้งเงื่อนไขในสัญญาก็หาได้กำหนดว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ทราบในเวลาอันสมควร ผู้รับประกันภัยจะพ้นจากความรับผิด กลับกำหนดไว้ว่าอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่แจ้งให้ทราบเท่านั้น ผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 56,290 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีเฉพาะจำเลยที่ 3 มีทุนทรัพย์เพียง 25,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยที่ 3 มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยคือฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งเรื่องรถยนต์หายให้จำเลยที่ 3 ทราบโดยตรงแต่กลับให้โจทก์แจ้งแทนจำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยหรือไม่ และศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 3 ใช้แทนโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหาข้อแรกจำเลยที่ 3 อ้างว่าฟ้องเคลือบคลุมเพราะโจทก์ไม่แยกฟ้องตามมูลสัญญาเช่าซื้อและสัญญาประกันภัยออกจากกัน และขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างทั้งสองประการนั้นไร้สาระ เพราะฟ้องจะเคลือบคลุมหรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาหรือไม่ หาได้เกี่ยวกับข้อที่จำเลยอ้างเลยไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อ 2 จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยหรือไม่จำเลยที่ 3 ฎีกาอ้างเหตุปฏิเสธความรับผิดว่า เพราะจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบในเวลาอันสมควรตามเงื่อนไขทั่วไปข้อ 1.3.1 ในสัญญาประกันภัย ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2521รถยนต์ที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้หายไปจากที่จอดประจำ จำเลยที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ในวันเดียวกันตามเอกสารหมาย จ.7 แล้วจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 23 มิถุนายน 2521 แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบ จำเลยที่ 3ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 เดียวเดียวกันตามเอกสารหมาย จ.8 จ.9ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้เอาประกันภัยก็ตาม แต่โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ การที่โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบถึงเรื่องรถยนต์หายและขอให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทดแทนตามสัญญาถือได้ว่าแจ้งแทนจำเลยที่ 1ผู้เอาประกันภัยแล้ว ทั้งเงื่อนไขตามข้อ 1.3.1 ก็หาได้กำหนดว่าถ้าผู้เอาประกันไม่ปฏิบัติแล้วจำเลยที่ 3 พ้นจากความรับผิดตามสัญญา กลับกำหนดไว้ว่าอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการที่ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ทราบเท่านั้น จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย ปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยที่ 3เสียแทนโจทก์นั้น เนื่องด้วยคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3 มีทุนทรัพย์ 25,000 บาทศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทั้งหมด และศาลอุทธรณ์ให้รับผิดเพียงครึ่งหนึ่งนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเกินกว่าทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 ถูกฟ้องไม่ชอบด้วยพิจารณาศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 เสียค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลของทุนทรัพย์ 25,000 บาท โดยกำหนดค่าทนายความ1,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาทแทนโจทก์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2526 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กมลสุโกศล จำกัด โจทก์ นางสุจีรา สุนทรเมือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กมลสุโกศล จำกัด · จำเลย - นางสุจีรา สุนทรเมือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ ศรนิยม · อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 2501/2526ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 3295/2533ฎีกา 12104/2547ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 588/2557ฎีกา 762/2520ฎีกา 372/2519ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2431/2530ฎีกา 1492/2524ฎีกา 3431/2529ฎีกา 1645/2538ฎีกา 2752/2522ฎีกา 115/2521ฎีกา 2669/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา