⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 220/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและได้ประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือว่าเลิกกันโดยผลของกฎหมาย และหากไม่มีผู้ชำระบัญชี ศาลอาจตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชีได้

ย่อคำพิพากษา

นายทะเบียนบริษัทขีดชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 ออกเสียจากทะเบียน และออกแจ้งความโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้วบริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นอันเลิกกันตั้งแต่วันที่โฆษณาแจ้งความดังกล่าว ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1246 (5) ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทเลิกโดยผลของกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นต้องสืบพยานถึงเหตุที่จะให้เลิกบริษัทจำเลยที่ 1 และเมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1246(6) บริษัทจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจกลับคืนขึ้นทะเบียนได้ เมื่อบริษัทจำเลยที่ 1 เลิกกันโดยไม่มีผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1251 วรรคสอง ถ้าศาลเห็นสมควร ศาลย่อมมีอำนาจตั้งเจ้าพนักงานกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ชำระบัญชีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1246 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1251

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นกรรมการ โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสี่ไม่เคยเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ทำบัญชีงบดุล และไม่เคยจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ ๑ ไม่ประกอบการค้าเกิน ๑ ปีแล้ว การค้าทำไปมีแต่ขาดทุน และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ นายทะเบียนบริษัทได้ขีดชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ ออกจากทะเบียนและแจ้งความโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ขอให้สั่งเลิกบริษัทจำเลยที่ ๑ และตั้งโจทก์เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประชุมผู้ถือหุ้น ทำงบดุลถูกต้องและแบ่งเงินปันผลในปีแรก ไม่มีเหตุเลิกบริษัทจำเลยที่ ๑ และชำระบัญชี หากโจทก์เป็นผู้ชำระบัญชีจะทำให้บริษัทจำเลยที่ ๑ เสียหาย การที่นายทะเบียนบริษัทขีดชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ ออกจากทะเบียนไม่เป็นเหตุให้บริษัทจำเลยที่ ๑ สิ้นสภาพนิติบุคคล ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ ๒เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ เป็นกรรมการ โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ ๑มิได้ค้าขาย นายทะเบียนบริษัทขีดชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ ออกจากทะเบียนและออกแจ้งความโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว และยังไม่มีการชำระบัญชีบริษัทจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อนายทะเบียนบริษัทขีดชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ ออกเสียจากทะเบียนและออกแจ้งความโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว บริษัทจำเลยที่ ๑ ก็เป็นอันเลิกกันตั้งแต่เมื่อโฆษณาแจ้งความตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๖(๕) ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทจำเลยที่ ๑ เลิกโดยผลของกฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานถึงเหตุจะให้เลิกบริษัทจำเลยที่ ๑ ต่อไป และไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๔๖(๖) บริษัทจำเลยที่ ๑ จึงไม่อาจกลับคืนขึ้นทะเบียนได้ และเมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นเพียงพนักงานของบริษัทจำเลยที่ ๑ มิใช่กรรมการของบริษัทจำเลยที่ ๑ ทั้งพี่ชายโจทก์มีปัญหาเรื่องการเงินอยู่กับบริษัทจำเลยที่ ๑ ถึงแก่บริษัทจำเลยที่ ๑ ร้องทุกข์และฟ้องต่อศาล โจทก์จึงไม่สมควรเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทจำเลยที่ ๑ การที่บริษัทจำเลยที่ ๑ เลิกกันโดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๑ มิได้เข้าเป็นผู้ชำระบัญชี แสดงว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ไม่มีผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๕๑ วรรคสอง และในฎีกาของโจทก์ก็ไม่ขัดข้องที่ศาลจะตั้งผู้อื่นเป็นผู้ชำระบัญชีศาลฎีกาจึงเห็นสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระบัญชีบริษัทจำเลยที่ ๑ต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งเจ้าพนักงานกรมบังคับคดีกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2526 นายพิริยะ ตีระรัตน์ โจทก์ บริษัทอุฬารเจริญ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิริยะ ตีระรัตน์ · จำเลย - บริษัทอุฬารเจริญ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง แจ่มสุธี · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9331/2542ฎีกา 8937/2560ฎีกา 1538/2550ฎีกา 605/2537ฎีกา 7167/2542ฎีกา 7092/2552ฎีกา 9179/2559ฎีกา 8413/2544ฎีกา 141/2506ฎีกา 4784/2536ฎีกา 3617/2526ฎีกา 2901/2517ฎีกา 1772/2540ฎีกา 8523/2557ฎีกา 2681/2534ฎีกา 4961/2539ฎีกา 863/2530ฎีกา 518/2552ฎีกา 4181/2528ฎีกา 1582/2528ฎีกา 6340-6345/2544ฎีกา 8047/2544ฎีกา 5552/2534ฎีกา 5184/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา