⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2333/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2333/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ถือหุ้นตามวัตถุประสงค์ของบริษัทและระเบียบภายใน ถือเป็นสวัสดิการภายในของบริษัท ไม่ใช่การประกอบกิจการค้ากับบุคคลภายนอกเยี่ยงธนาคารพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

บริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าในการให้กู้ยืมเงิน โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิและเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบการสงเคราะห์ผู้ถือหุ้น โจทก์ไม่ได้ให้ลูกค้าของโจทก์หรือบุคคลภายนอกกู้ยืมแต่อย่างใด การที่โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นเรื่องโจทก์ให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้นของโจทก์ อันเป็นเรื่องกิจการภายในของโจทก์โดยแท้ไม่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการค้ากับบุคคลภายนอก จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระภาษีการค้าและเบี้ยปรับเป็นเงินทั้งสิ้น ๙๒๙,๐๑๒.๓๗ บาท โดยอ้างว่าโจทก์กู้เงินธนาคารนำมาให้ผู้ถือหุ้นกู้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี ถือว่าโจทก์ดำเนินกิจการเยี่ยงธนาคาร จึงต้องนำรายรับจากดอกเบี้ยมาชำระภาษีการค้าตามประเภทการค้า ๑๒ แห่งประมวลรัษฎากรพร้อมทั้งเบี้ยปรับ ๒ เท่า ของภาษีและเงินเพิ่มตามมาตรา ๘๙ ทวิ อีกร้อยละ ๑ ต่อเดือน โจทก์เห็นว่าการประเมินดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงอุทธรณ์ไปยังจำเลยที่ ๒ โจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งวินิจฉัยว่า การประเมินของจำเลยที่ ๑ ถูกต้องแล้ว แต่มีเหตุอันควรผ่อนผันจึงลดเบี้ยปรับลง โจทก์เห็นว่าการประเมินของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ไม่ถูกต้องเพราะวัตถุประสงค์ของโจทก์ เป็นการให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกจากผู้กู้ก็ไม่ได้สูงกว่าที่โจทก์เสียให้แก่ธนาคารเสมอไป บางครั้งก็เท่ากับธนาคาร บางครั้งก็ต่ำกว่าโดยถือเป็นการสงเคราะห์พิเศษ จึงเห็นว่าการที่โจทก์สงเคราะห์หรือให้สวัสดิการแก่ผู้ถือหุ้นไม่ใช่เป็นการประกอบการค้าเยี่ยงธนาคาร ขอให้ศาลพิพากษากลับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และยกการประเมินของจำเลยที่ ๑ และสั่งให้โจทก์ปลอดจากการชำระภาษีการค้าดังกล่าวด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การร่วมกันว่า จำเลยที่ ๑ พบว่าระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ โจทก์มีรายรับจากดอกเบี้ยเงินกู้โดยโจทก์กู้เงินจากธนาคารแล้วนำมาให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ซึ่งเป็นการทำตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่ปรากฏในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ ๔(๒) (๗) (๙) และโจทก์ได้รับดอกเบี้ยจากผู้กู้สูงกว่าที่โจทก์จ่ายดอกเบี้ยแก่ธนาคาร ในการที่โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นกู้เงินโจทก์ได้กระทำเป็นเวลาหลายปีและผู้กู้ต้องทำสัญญากู้และมีผู้ค้ำประกันหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ต่อโจทก์ ถือได้ว่าการดำเนินการของโจทก์เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามประเภทการค้า ๑๒ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ ๒.๕ ของรายรับ แต่โจทก์ไม่นำรายรับมาชำระภาษีการค้า จำเลยที่ ๑ จึงได้ประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระตามฟ้อง การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ลดเบี้ยปรับลงนับว่าได้ให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์มากแล้ว กับตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพราะไม่ใช่บุคคลตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ และเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ปรากฏว่าบริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าในการให้กู้ยืมเงิน การที่โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ ๔(๙) ว่า ให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้นและเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบการสงเคราะห์ผู้ถือหุ้นของโจทก์ พ.ศ. ๒๕๑๔ ทุกประการ โจทก์ไม่ได้ให้ลูกค้าของโจทก์หรือบุคคลภายนอกกู้ยืมเงินแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงเห็นว่าการที่โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นเรื่องโจทก์ให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้นของโจทก์ อันเป็นเรื่องกิจการภายในของโจทก์โดยแท้ ไม่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการค้ากับบุคคลภายนอกแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2333/2526 บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5890/2539ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 520/2525ฎีกา 1899-1901/2520ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 665/2523ฎีกา 2169/2534ฎีกา 6961/2540ฎีกา 7146/2545ฎีกา 1027/2510ฎีกา 423/2501ฎีกา 2297/2528ฎีกา 41/2516ฎีกา 1810/2533ฎีกา 2876-2877/2532ฎีกา 3775/2535ฎีกา 6624/2551ฎีกา 859/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา