⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2367/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยในฐานะภริยาผู้ตาย มีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์มรดกที่อยู่ในครอบครองให้แก่ผู้จัดการมรดก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โฉนดที่ดินมรดกและสมุดฝากเงิน ธนาคารของผู้ตายอยู่ในความครอบครองของจำเลยภริยาผู้ตาย จำเลยจึงมีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์ดังกล่าวให้โจทก์ผู้จัดการมรดก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 12634และสมุดเงินฝากประจำของสหธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาราษฎร์บูรณะที่มีชื่อนายอนุรักษ์เป็นเจ้าของบัญชีให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาเฉพาะโฉนดที่ดินและสมุดฝากเงินธนาคารที่โจทก์ขอให้จำเลยส่งมอบเท่านั้น ปัญหาดังกล่าวจำเลยนำสืบก่อนว่า จำเลยเป็นภริยาของนายอนุรักษ์ เทียมจิตตรักษา ผู้วายชนม์สำหรับโฉนดที่ดินตามฟ้อง จำเลยนำไปให้นายอาภรณ์ จันทร์เผ่าแสง ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้ 60,000 บาท ซึ่งนายอนุรักษ์ร่วมกับจำเลยกู้เงินนายอาภรณ์มาซ่อมแซมบ้าน แต่จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ในสัญญากู้แต่เพียงผู้เดียวส่วนสมุดฝากเงินธนาคารจำเลยก็นำไปให้นายอาภรณ์ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้10,000 บาท ซึ่งจำเลยกู้มาจัดการศพนายอนุรักษ์ จำเลยไม่มีเงินชำระหนี้จึงไม่อาจขอรับโฉนดและสมุดฝากเงินธนาคารคืนมาส่งมอบให้แก่โจทก์" โจทก์นำสืบว่า เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นมารดาของนายอนุรักษ์ได้เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลแล้ว โจทก์ได้ขอโฉนดและสมุดฝากเงินธนาคารจากจำเลยเพื่อจัดการมรดก จำเลยไม่ยอมให้ โดยเกี่ยงให้โจทก์ลงลายมือชื่อในเอกสาร 1 ฉบับ แต่โจทก์ไม่ยินยอม จำเลยไม่เคยอ้างว่าเอาโฉนดและสมุดฝากเงินธนาคารให้เจ้าหนี้ยึดเอาไว้เป็นประกันเงินกู้แต่ประการใด พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยเอาโฉนดที่ดินและสมุดฝากเงินธนาคารให้เจ้าหนี้ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้หรือไม่ เห็นว่าตามข้อนำสืบของจำเลยที่ว่า จำเลยกู้เงินนายอาภรณ์ และเอาเอกสารดังกล่าวให้ยึดไว้เป็นประกันนั้น จำเลยและนายอาภรณ์ต่างเบิกความว่าการกู้เงินได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ แต่จำเลยมิได้อ้างหลักฐานสัญญากู้เป็นพยานโดยไม่ปรากฏเหตุผล ข้ออ้างของจำเลยในเรื่องนี้จึงเลื่อนลอยตามคำเบิกความของนายอาภรณ์ว่าจำเลยชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ทุกเดือนเดือนละ 300 บาทบ้าง 200 บาทบ้าง แตกต่างกับคำเบิกความของจำเลยซึ่งได้ความว่าไม่เคยชำระค่าดอกเบี้ยเลย ถ้าจำเลยกู้เงินนายอาภรณ์จริงจำเลยกับนายอาภรณ์ก็ไม่น่าจะเบิกความขัดแย้งกันเช่นนั้น ตามคำเบิกความของโจทก์ก็ว่า จำเลยไม่เคยบอกเรื่องเอาโฉนดและสมุดฝากเงินธนาคารให้เจ้าหนี้ยึดไว้แต่ประการใด หากกรณีเป็นดังจำเลยต่อสู้ จำเลยก็น่าจะบอกโจทก์ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกทราบเสียแต่ต้น ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเอาโฉนดและสมุดฝากเงินธนาคารให้นายอาภรณ์ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2526 นางสร้อย แซ่เตี๋ยวฯ โจทก์ นางยุพิน ปานรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสร้อย แซ่เตี๋ยวฯ · จำเลย - นางยุพิน ปานรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1368/2510ฎีกา 963/2529ฎีกา 111/2528ฎีกา 6057/2541ฎีกา 1105/2520ฎีกา 5902/2567ฎีกา 3936/2528ฎีกา 1674/2516ฎีกา 6607/2560ฎีกา 3085/2540ฎีกา 6192/2533ฎีกา 4701/2539ฎีกา 4176/2530ฎีกา 1905/2538ฎีกา 1906/2519ฎีกา 3568/2548ฎีกา 305/2489ฎีกา 4/2505ฎีกา 5712/2545ฎีกา 272/2501ฎีกา 345/2540ฎีกา 5524/2533ฎีกา 4503/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา