⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 963/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของรวมคนหนึ่งคนใดมีสิทธิใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกได้โดยลำพัง แต่การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกไปยังบุคคลอื่นนั้น เป็นเรื่องที่ทายาทโดยธรรมจะฟ้องร้องว่ากล่าวกันเอง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมจะอาศัยสิทธิในฐานะเจ้าของรวมมาฟ้องร้องมิได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 ที่บัญญัติว่า "เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก ฯลฯ" หมายความว่าเมื่อมีบุคคลภายนอกมายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งอาจฟ้องร้องว่ากล่าวหรือต่อสู้คดีโดยลำพังผู้เดียวได้ จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของ จ. ตามคำสั่งศาล จึงย่อมมีอำนาจจัดการมรดกของ จ.ตามกฎหมาย การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทส่วนของ จ. อันเป็นทรัพย์มรดกของ จ. มาเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมกระทำได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะเป็นทายาทโดยธรรมของ จ.หรือไม่ ทั้งกรณีไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทส่วนที่เป็นมรดกของ จ. ทำให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ทายาทโดยธรรมจะฟ้องร้องว่ากล่าวกันเอง โจทก์จะอาศัยสิทธิในฐานะเจ้าของรวมในที่พิพาทมาฟ้องร้องมิได้ โจทก์ฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานหลักฐานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ไม่ได้ขอให้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง ข้อ 2 ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินพิพาท ๒ แปลง ซึ่งเดิมเป็นของนายจาก นางทอง เสริมหมื่นไวย สามีภรรยาที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว ก่อนถึงแก่กรรมมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกและไม่ปรากฏทายาทโดยธรรม โจทก์ได้จดทะเบียนรับโอนมรดกในกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเฉพาะส่วนของนางทอง เสริมหมื่นไวยโจทก์ยังคงยึดถือที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเต็มเนื้อที่ตามโฉนด ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายจาก เสริมหมื่นไวย ทั้งที่มิได้เป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม แล้วให้เจ้าพนักงานที่ดิน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของนายจาก เสริมหมื่นไวย มาเป็นของตนโดยมิชอบ หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ก็จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เฉพาะส่วนที่ได้รับโอนมานั้นให้แก่จำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ โดยเสน่หา ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนรับโอนมรดกเฉพาะส่วนของนายจาก เสริมหมื่นไวย ทั้งในฐานะผู้จัดการมรดกและฐานะทายาทและที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาททั้งสองฉบับแก่โจทก์และห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์มิใช่ทายาทโดยมิได้เป็นบุตรบุญธรรมซึ่งมีสิทธิจะได้รับมรดกของนายจาก เสริมหมื่นไวย แต่ประการใด ส่วนจำเลยที่ ๑เป็นบุตรนางกลิ่น ซึ่งเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายจาก เสริมหมื่นไวย แต่นางกลิ่นถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงเป็นทายาทผู้รับมรดกแทนที่ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอเป็นผู้จัดการมรดก แล้วขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามฟ้อง ซึ่งเป็นมรดกต่อเจ้าพนักงาน โจทก์ไม่เคยโต้แย้งคัดค้าน จากนั้นจึงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยไม่มีผู้ใดคัดค้านเช่นกัน ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วฟังว่าตามคำฟ้องของโจทก์ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ เพราะจำเลยได้สิทธิมาโดยเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่พิพาทและได้ครอบครองที่พิพาททั้งหมดแต่ผู้เดียว จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสามให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่พิพาทและให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดที่พิพาทแก่โจทก์ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ บัญญัติว่า "เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก ฯลฯ" บทบัญญัตินี้หมายความว่าเมื่อมีบุคคลภายนอกมายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งอาจฟ้องร้องว่ากล่าวหรือต่อสู้คดัโดยลำพังผู้เดียวได้ แต่คดีนี้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนายจากตามคำสั่งศาล จึงย่อมมีอำนาจจัดการมรดกของนายจากตามกฎหมายการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทส่วนของนายจากอันเป็นทรัพย์มรดกของนายจากมาเป็นของจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกนั้น จำเลยที่ ๑ ย่อมกระทำได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ไม่ว่าจำเลยที่ ๑ จะเป็นทายาทโดยธรรมของนายจากหรือไม่ ทั้งกรณีไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ส่วนการที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่พิพาทส่วนที่เป็นมรดกของนายจากดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ทายาทโดยธรรมของนายจากจะฟ้องร้องว่ากล่าวกันเอง เมื่อโจทก์มิได้เป็นทายาทโดยธรรมของนายจากจะมาฟ้องร้องโดยอาศัยสิทธิในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมในที่พิพาทย่อมไม่ได้ อนึ่งคดีนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานหลักฐานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ไม่ได้ขอให้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โจทก์ควรเสียค่าขึ้นศาลเพียง ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ข้อ ๒ ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์พิพาท (ตามคำสั่งศาลชั้นต้น) จึงเกินอัตราตามกฎหมาย พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจาก ๒๐๐ บาทให้โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2529 นายเชื้อ ศรพงษ์ โดยนางสมบุญ ศรพงษ์หรือสอนพงษ์ เข้าเป็นคู่ความแทนที่ นางคำ คงศรี ที่ 1 นายยัง คงศรี ที่ 2 นายสายัณ คงศรีที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความเข้าเป็นคู่ความแทนที่ - นายเชื้อ ศรพงษ์ โดยนางสมบุญ ศรพงษ์หรือสอนพงษ์ · จำเลย - นางคำ คงศรี ที่ 1 นายยัง คงศรี ที่ 2 นายสายัณ คงศรีที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอานันท์ วรรณโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชาญ วิบุญศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 513/2523ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา