⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2374/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2374/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าที่ได้ครอบครองทรัพย์สินที่เช่าแล้ว ย่อมมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้น แม้จะยังไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในทรัพย์สินนั้นด้วยตนเองก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้เช่าและรับมอบที่พิพาทที่เช่ามาจากผู้ให้เช่าแล้ว การเช่ามีกำหนดคราวละ 1 ปี โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีตลอดมา แม้โจทก์ยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท แต่ได้ให้จำเลยอาศัยปลูกกระต๊อบอยู่ ต่อมาจำเลยรื้อกระต๊อบปลูกเป็นอาคารห้องแถวไม่ถาวรในที่พิพาทโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทแล้ว เมื่อจำเลยปลูกห้องแถวไม้ในที่พิพาทหลังจากโจทก์มีสิทธิครอบครองโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ก็ย่อมเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๑ แปลง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ ติดต่อกันมาทุกปี เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้ปลูกสร้างห้องไม้ชั้นเดียวลงในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินที่เช่า โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอน แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทพร้อมทั้งรื้อถอนห้องไม้ออกไปด้วย ให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินที่โจทก์อ้างว่าเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องนั้นจะอยู่ตรงไหน มีอาณาเขตติดต่ออย่างไร จำเลยไม่ทราบ หากโจทก์จะได้เช่าที่ดินดังกล่าวก็เพิ่งเช่า หาได้เช่าตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ ไม่ จำเลยไม่เคยปลูกห้องแถวในที่ดินที่โจทก์เช่าจากการไฟรถแห่งประเทศไทย บ้านของจำเลยเป็นห้องแถวไม้ปลูกอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งโจทก์ทราบและเห็นตั้งแต่เริ่มสร้างแต่มิได้ทักท้วง เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้ต่อเติมบ้านออกไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นที่ว่างที่จำเลยครอบครองอยู่ โจทก์ทราบก็มิได้ทักท้วง จำเลยได้ขอเช่าที่ดินตรงที่ปลูกบ้านอยู่ซึ่งมีเนื้อที่ ๘ ตารางเมตรจากการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยชำระเงินมัดจำแล้ว และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตรงที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทมาก่อน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์แล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องพิจารณาต่อไป จึงสั่งให้ลดสืบพยานจำเลยและพิพากษาว่าจำเลยไม่มีนิติสัมพันธกับโจทก์ ตั้งแต่โจทก์เช่าที่พิพาทมา โจทก์ยังไม่เคยเข้าครอบครอง แม้จะได้ความว่าจำเลยปลูกอาคารลงในที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยก็หาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจำเลยและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าโจทก์เช่าที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ เนื้อที่ ๑๐๘ ตารางเมตร โจทก์ยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา ๑ ปี แต่โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ จำเลยได้ขอปลูกกระต๊อบเพื่ออยู่อาศัยในที่พิพาทโดยจำเลยรับว่าหากโจทก์จะใช้ที่ดิน จำเลยก็จะรื้อถอนกระต๊อบออกไป โจทก์ยังไม่จำเป็นต้องใช้ที่พิพาทในขณะนั้น จึงอนุญาตให้จำเลยปลูกกระต๊อบอยู่อาศัยตลอดมาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยได้รื้อกระต๊อบเก่าปลูกอาคารห้องแถวไม้ถาวรขึ้นใหม่โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยรื้อถอนออกไป แต่จำเลยกลับอ้างว่าได้ขอเช่าที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว หากข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบแล้วการที่โจทก์เป็นผู้เช่าและรับมอบที่พิพาทจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ โดยเช่ามีกำหนดคราวละ ๑ ปี โจทก์ได้ต่อสัญญาและชำระค่าเช่าทุกปีตลอดมา จำเลยเพิ่งได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ปลูกกระต๊อบในที่พิพาทเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ แล้วรื้อปลูกเป็นอาคารห้องแถวไม่ถาวร เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ เช่นนี้ย่อมจะถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทแล้ว เมื่อจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถวไม้ในที่พิพาทหลังจากโจทก์มีสิทธิครอบครองโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ก็ย่อมเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2374/2521 นายยิ้ม อินทีวร โจทก์ นายเชาว์ ขาวนวล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยิ้ม อินทีวร · ล. - นายเชาว์ ขาวนวล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายโนรี จันทร์ทร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2295/2526ฎีกา 3947/2533ฎีกา 3806/2549ฎีกา 6296/2545ฎีกา 4161/2532ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา