⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2376/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการ การขอกลับเข้ารับราชการของข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางราชการ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินยึดอำนาจของรัฐได้โดยเด็ดขาดแล้วหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย ย่อมมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการได้ คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ 9/2519 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2519 เป็นคำสั่งเกี่ยวเนื่องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือผู้ที่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมอบหมาย และให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจของรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง คำสั่งดังกล่าวก็ไม่ตัดอำนาจของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่จะสั่งการเป็นกรณีเฉพาะเรื่องเฉพาะรายตามอำนาจที่มีอยู่ ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เป็นข้าราชการ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากราชการ โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยบรรจุโจทก์กลับเข้ารับราชการไม่ได้ เพราะการขอกลับเข้ารับราชการนั้นขึ้นอยู่กับทางราชการว่าต้องการจะรับโจทก์เข้ารับราชการหรือไม่ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 57

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ ๑๑ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้มีคำสั่งที่ ๙/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ให้โจทก์ออกจากราชการโดยโจทก์มิได้กระทำผิดวินัย คำสั่งดังกล่าวจึงขัดต่อกฎหมายและเป็นโมฆะ ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นโมฆะ และให้จำเลยบรรจุและแต่งตั้งโจทก์เข้าดำรงตำแหน่งตามเดิม ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่ ๙/๒๕๑๙ จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ได้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนตามมาตรา ๘๖, ๘๖ ทวิ และ ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ หรือไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ส่วนคำขอของโจทก์ที่ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งที่ ๙/๒๕๑๙ เป็นโมฆะนั้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดไปตามแนวคำวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่าคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ ๙/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าเมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินยึดอำนาจของรัฐได้โดยเด็ดขาดแล้ว หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยย่อมมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการได้ คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ ๙/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นคำสั่งเกี่ยวเนื่องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือผู้ที่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมอบหมาย และให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจของรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง คำสั่งดังกล่าวก็ไม่ตัดอำนาจของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่จะสั่งการเป็นกรณีเฉพาะเรื่องเฉพาะรายตามอำนาจที่มีอยู่ ดังนั้น คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่ ๙/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ เรื่องให้ข้าราชการพลเรือนออกจากราชการและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ซึ่งสั่งให้โจทก์ออกจากราชการด้วยนั้น จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ละเว้นการปฏิบัติตามหน้าที่ทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์นั้น เห็นว่าการขอ กลับเข้ารับราชการขึ้นอยู่กับทางราชการต้องการจะรับโจทก์เข้ารับราชการหรือไม่ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕๗ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ ๑ บรรจุโจทก์กลับเข้ารับราชการ พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2526 นายกัญจน์ นาคามดี โจทก์ นายกรัฐมนตรี โดยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกัญจน์ นาคามดี · จำเลย - นายกรัฐมนตรี โดยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง แจ่มสุธี · สุรัช รัตนอุดม · ประเทือง วรรณพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา