⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2552/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน่วยงานของรัฐย่อมต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำไปในทางการที่จ้างหรือที่หน่วยงานของรัฐมอบหมายให้กระทำ แม้เจ้าหน้าที่จะกระทำไปโดยมิชอบก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรฯซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 คำบรรยายฟ้องในตอนแรกนี้จึงเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นฐานะความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่ามีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย แม้ต่อมาโจทก์จะบรรยายฟ้องเกินเลยไปว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ตอนแรกเสียไปไม่ ทั้งโจทก์ได้บรรยายมาชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรฯ อันเป็นการออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายเมื่อจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนที่ทางราชการจำเลยที่ 1 จ่ายให้ใช้ในราชการยิงบุตรโจทก์ถึงแก่ความตายขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชารับผิดฐานละเมิดร่วมกับจำเลยที่ 2 หาใช่ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะนายจ้างแต่ประการเดียวไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นกรมในรัฐบาล เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีพลตำรวจเอกสุรพล จุลพราหมณ์ เป็นอธิบดี เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน มีหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดอาญามาลงโทษตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ ประจำอยู่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการบังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ ได้แต่งตั้งตัวแทนเรียกว่าสารวัตรใหญ่ประจำสถานีตำรวจภูธร อำเภอบ้านนาสาร คือ พันตำรวจตรีบุญชิต สุขะวิศิษฐ์ มีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ ๒ ทำงานตามหน้าที่และวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ และได้มอบอาวุธปืนยาวให้จำเลยที่ ๒ใช้ในการทำงานด้วย เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยที่ ๑ โดยพันตำรวจตรีบุญชิต สุขะวิศิษฐ์ สารวัตรใหญ่ตัวแทน ได้สั่งให้จำเลยที่ ๒ กับพวกออกตรวจตรารักษาความสงบในท้องที่ตำบลนาสาร อำเภอนาสาร เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขณะที่จำเลยที่ ๒ ออกตรวจนั้น นายถนอม ศรีสุข ได้มาแจ้งขอให้ช่วยติดตามคนร้ายปล้นทรัพย์ซึ่งกำลังหลบหนีไปทางอำเภอเวียงสระ จำเลยที่ ๒ กับพวกได้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะติดตามไป และจำเลยที่ ๒ ได้ใช้อาวุธปืนที่จำเลยที่ ๑ มอบให้ยิงทำร้ายร่างกายนายไพบูลย์ เกื้อฉิม ถึงแก่ความตาย อันเป็นการกระทำละเมิดในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในฐานะนายจ้างซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งโจทก์เสียหายหลายรายการคิดเป็นเงิน ๓๒๒,๕๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรมตำรวจจำเลยที่ ๑ เป็นหน่วยราชการหน่วยหนึ่งการที่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดจำเลยที่ ๑ เป็นไปตามอำนาจกฎหมายหาใช่เกิดจากสัญญาจ้าง การกระทำของจำเลยที่ ๒ ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องจึงไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โจทก์จะมาฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้รับผิดในฐานะนายจ้างหาได้ไม่ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑รับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑โดยให้รับฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวแก่จำเลยที่ ๑ ด้วย จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ ตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสารซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ คำบรรยายฟ้องในตอนแรกนี้จึงเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นฐานะความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ว่ามีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย แม้ต่อมาโจทก์จะบรรยายฟ้องเกินเลยไปว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้าง จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ก็หาทำให้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ตอนแรกเสียไปไม่ทั้งโจทก์ได้บรรยายมาชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๒ ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร อันเป็นการออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนที่ทางราชการจำเลยที่ ๑ จ่ายให้ใช้ในราชการยิงนายไพบูลย์บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้บังคับบัญชารับผิดฐานละเมิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ หาใช่ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ รับผิดในฐานะนายจ้างแต่ประการเดียวไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2526 นายเกื้อ เกื้อฉิม กับพวก โจทก์ กรมตำรวจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกื้อ เกื้อฉิม กับพวก · จำเลย - กรมตำรวจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี - นายสุคนธ์ อ่อนจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา