คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต้องมีเจตนาพิเศษที่มุ่งให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือหน่วยงานของรัฐ.
ย่อคำพิพากษา
การที่จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จะต้องประกอบด้วยเจตนาพิเศษ คือต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จำเลยเป็นเพียงพลตำรวจ เมื่อปรากฏว่ามีการเล่นการพนันกันที่สถานีตำรวจที่จำเลยประจำอยู่ ย่อมเป็นการยากแก่จำเลยในการตัดสินใจว่าจะสมควรเข้าทำการจับกุมโดยตนเองหรือไม่ ยิ่งกว่าจะมีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อกรมตำรวจ เมื่อไม่ได้ความว่าที่จำเลยไม่จับเพราะคิดร้ายต่อใคร จึงไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษให้กรมตำรวจได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลบางมดจำเลยพบเห็นนายชื้น กับพวกกำลังลักลอบเล่นการพนันไฮโลว์เอาทรัพย์สินกันโดยไม่รับอนุญาตบนตึกชั้นที่ ๓ ของสถานีตำรวจดังกล่าว จำเลยบังอาจละเว้นไม่ทำการจับกุมตามอำนาจและหน้าที่ของจำเลยโดยมิชอบเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อกรมตำรวจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
ไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำให้การ แต่นำสืบปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเกิดเหตุจำเลยยืนอยู่ที่วงการพนันขณะมีการเล่นการพนันโดยจำเลยไม่ทำการจับกุมแต่ได้วิ่งหนีพร้อมผู้เล่น เมื่อพันตำรวจเอกอำพลเข้าทำการจับกุม และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จะต้องประกอบด้วยเจตนาพิเศษ คือต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด แต่ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบ ไม่ได้ความว่าจำเลยไม่จับเพราะคิดร้ายต่อใคร จำเลยเป็นเพียงพลตำรวจ เมื่อปรากฏว่ามีการเล่นการพนันกันที่สถานีตำรวจที่ตนประจำอยู่ ย่อมเป็นการยากแก่จำเลยในการตัดสินใจว่าจะสมควรเข้าทำการจับกุมโดยตนเองหรือไม่ ยิ่งกว่าจะมีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อกรมตำรวจ ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษให้กรมตำรวจได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไม่มีความผิดดังฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2526
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
พลตำรวจพงษ์ศักดิ์ สังข์ขาว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจพงษ์ศักดิ์ สังข์ขาว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอุดม มั่งมีดี · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา