⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2806/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2806/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงประการเดียว ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยตามประเด็นที่กำหนดไว้เท่านั้น จะวินิจฉัยนอกประเด็นที่กำหนดไว้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาและนายจ้างของจำเลยที่ 1 ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 2 ไว้เพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ 1 ทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ จะวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการโดยจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนและให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่ เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นและเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 กับ ส.ลูกจ้างของโจทก์ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก คดีถึงที่สุดโดยศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คร่อมเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนและล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของ ส. แล้วเฉี่ยวชนรถยนต์คันที่ ส.ขับลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ยกฟ้อง ส. ดังนั้นในการพิพากษาคดีนี้ศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายประมาทฝ่ายเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบุตรและเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ โดยประมาทเป็นเหตุให้มาชนกับรถยนต์บรรทุกของโจทก์ซึ่งมีนายสมชายเป็นผู้ขับได้รับความเสียหาย ต่อมานายสมชายกับจำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาท ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ประมาทผู้เดียว จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบิดาและนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ ๒ ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๒ เป็นบิดาแต่มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ คดีอาญายังไม่ถึงที่สุด นายสมชายคนขับรถของโจทก์ขับรถโดยประมาทเข้ามาชนรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ เสียหาย ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๒ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายประมาท จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และยกฟ้องแย้ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นได้กำหนดเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ไว้เพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ ๑ ทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ จะวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๒ เป็นตัวการโดยจำเลยที่ ๑เป็นตัวแทนและให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่ เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ โจทก์มิได้ฎีกาหรือแก้ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในเรื่องนี้แต่ประการใดข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ดังนั้นจำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในปัญหาว่าความเสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของฝ่ายใดนั้นได้ความว่า เหตุที่รถยนต์ชนกันครั้งนี้ พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานีได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ กับนายสมชายเป็นจำเลยเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก คดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คร่อมเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนและล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของนายสมชาย แล้วเฉี่ยวชนรถยนต์คันที่นายสมชายขับ เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบกปรับจำเลยที่ ๑ ๘๐๐ บาท และยกฟ้องนายสมชาย ดังนั้นในการพิพากษาคดีนี้ศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียวเป็นผู้ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2806/2526 นางกิม แซ่หว่าง โจทก์ นายณรงค์ ฟองดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิม แซ่หว่าง · จำเลย - นายณรงค์ ฟองดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายเจริญ จันทนพ · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 533/2521ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา