คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3016/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือผิดพลาดอย่างไร มิฉะนั้นถือเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากจำเลยที่ 1 ได้แย่งการครอบครองของโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปีแล้ว โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวว่าไม่ถูกต้องอย่างไร กลับฎีกาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์เพราะพยานหลักฐานและเหตุผลอื่น ดังนี้ ฎีกาของโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือผิดพลาดอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่นา ๑ แปลง เดิมเป็นของบิดาโจทก์เมื่อบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมจึงตกได้แก่โจทก์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๓ จำเลยที่ ๓ ได้บุกรุกเข้าไถคราดและหว่านข้าวในที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ให้เข้าทำ จำเลยที่ ๑ อ้างว่าซื้อจากจำเลยที่ ๒ และได้ออก น.ส.๓ แล้ว โจทก์สอบถามเจ้าหน้าที่จึงทราบว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งขณะนั้นเป็นเสมียนพนักงานที่ดินร่วมกันเอาที่ดินของโจทก์ไปออก น.ส.๓ เป็นชื่อจำเลยที่ ๒ แล้วขายให้จำเลยที่ ๑ ขอให้พิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอน น.ส.๓ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ซึ่งรับมรดกจากบิดาแล้วขอออก น.ส.๓ ต่อมาได้ขายด้านทิศตะวันตกให้ผู้อื่น ส่วนที่เหลือขายให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้มอบให้จำเลยที่ ๓ ทำนา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์บุกรุกเข้าทำนาพิพาท จำเลยที่ ๑ ห้ามปราม โจทก์ขอเกี่ยวข้าวที่ปลูกไว้แล้วและรับว่าจะไม่เกี่ยวข้องต่อไปอีก จำเลยที่ ๓ กระทำตามคำสั่งของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๑ โต้แย้งสิทธิเหนือที่พิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่า ๑ ปีจึงขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ไม่เคยขอออก น.ส.๓ ทับที่ดินของโจทก์และไม่เคยขายที่ดินให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งกำลังเมาสุราลงลายมือชื่อในกระดาษที่ยังไม่ได้เขียนข้อความ จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนรู้เห็นในการออก น.ส.๓ ทับที่พิพาท
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอน น.ส.๓ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้โต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ และจำเลยที่ ๓ ได้เข้าทำนาในที่พิพาทตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๒๒ นับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว โจทก์หมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นต่อไปพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าหากโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าว โจทก์ก็จะต้องฎีกาคัดค้านว่า ที่ศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกที่นาพิพาทคืนใน ๑ ปีนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรแล้วจึงจะฎีกาต่อไปว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยให้ แต่โจทก์หาได้ฎีกาเช่นนั้นไม่ กลับฎีกาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์เพราะจำเลยที่ ๒ เบิกความว่าไม่เคยขายที่ดินให้จำเลยที่ ๑ การออก น.ส.๓ ที่นาพิพาทจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นพนักงานที่ดินก็ทำเรื่องราวขอออกเอง การซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ก็มีพิรุธ ทั้งราคาซื้อขายก็ถูกมากจนไม่น่าเป็นไปได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวมิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือผิดพลาดอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3016/2526
นางเต็ม รอบรู้ โจทก์
นายจงจิตร สันทัดการ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเต็ม รอบรู้ · จำเลย - นายจงจิตร สันทัดการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสอาด พันธุ์ขะวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา