⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3085/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3085/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การย้าย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์สินใดๆ ของลูกหนี้ โดยมีเจตนาไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ถือเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ แม้ลูกหนี้จะมีทรัพย์สินอื่นเหลืออยู่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์ที่ได้มีการย้าย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นอันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้นั้น หาได้มีข้อจำกัดเฉพาะทรัพย์ที่เจ้าหนี้พึงจะยึดถือหรืออายัดไว้ไม่ แต่หมายถึงทรัพย์สินใด ๆ ของลูกหนี้ที่มีอยู่ได้มีการย้าย ซ่อนเร้นหรือโอนไปเพียงเพื่อเจตนามิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และแม้ลูกหนี้จะยังมีทรัพย์อย่างอื่นเหลืออยู่ แต่ไม่พอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ ก็ไม่ใช่เหตุที่จะอ้างเพื่อให้พ้นจากการกระทำอันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษา ศาลได้ออกหมายบังคับคดีและแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ แล้ว ต่อมาจำเลยสมคบกันโดยจำเลยที่ ๑ ด้วยความยินยอมของจำเลยที่ ๒ ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินรวม ๘ โฉนดให้แก่จำเลยที่ ๓ โดยจำเลยทั้งสามทราบถึงหนี้ที่จำเลยที่ ๑ จะต้องชำระตามคำพิพากษาแก่โจทก์แล้วแต่มีเจตนาทุจริตกระทำการโอนที่ดินดังกล่าวเพื่อมิให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ จึงขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้มีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ว่า "ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสียซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงไว้แจ้งชัดถึงทรัพย์ที่ได้มีการย้ายซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นนั้น หาได้มีข้อจำกัดเฉพาะที่เจ้าหนี้พึงจะยึดถือหรืออายัดดังจำเลยอ้างไม่ หากแต่หมายถึงทรัพย์สินใด ๆ ของลูกหนี้ที่มีอยู่ได้มีการย้าย ซ่อนเร้นหรือโอนไปเพียงเพื่อเจตนามิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ย่อมเข้าข่ายแห่งการกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ แม้จำเลยที่ ๑ จะยังมีทรัพย์อย่างอื่นเหลืออยู่ซึ่งได้แก่ใบหุ้นและที่ดินก็ตาม แต่ทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่ข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างวินิจฉัยต้องกันว่าเป็นทรัพย์สินที่เหลืออยู่น้อยไม่อาจชำระหนี้แก่โจทก์ได้ ดังนี้ จึงไม่ใช่เหตุจะอ้างเพื่อให้พ้นจากการกระทำอันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ เมื่อการกระทำของจำเลยผู้ฎีกาทั้งสองทำให้โจทก์ไม่อาจได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๑ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำของจำเลยผู้ฎีกาทั้งสอง โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔) มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3085/2526 นายสอาด ประเสริฐสุข โจทก์ นางชนิดา มหาปิยศิลป์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสอาด ประเสริฐสุข · จำเลย - นางชนิดา มหาปิยศิลป์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 870/2518ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา