⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3211/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2526

ป.อาญา ม.1, 59, 80 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งหมายให้ทรัพย์สินขาดหลุดจากผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายยังสามารถหยิบเอาทรัพย์สินไว้ได้ก่อน ถือว่ายังไม่บรรลุผลในการยึดถือทรัพย์สิน จึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

พวกจำเลยทำร้ายคนที่นั่งอยู่กับผู้เสียหาย จำเลยวิ่งเข้ามากระชากสร้อยคอจากคอผู้เสียหายขาดหล่นลงที่พื้น จำเลยก้มลงจะหยิบเอา แต่ผู้เสียหายหยิบเอาไว้ได้ก่อนการที่สร้อยขาด แม้จะเป็นผลให้ สร้อยติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง แต่เป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้สร้อยขาดหลุดเท่านั้น จะถือว่าจำเลยยึดถือสร้อยไว้แล้วหาได้ไม่ การยึดถือสร้อยยังไม่บรรลุผลจึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดสำเร็จ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 80

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิาพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 339 จำคุก 10 ปี สนับมือของกลางให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่ามีความผิดตาม มาตรา 83, 339 ประกอบด้วย มาตรา 80 จำคุก 6 ปี 8 เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาว่าเมื่อจำเลยกระชากสร้อยคอของผู้เสียหายขาด สร้อยคอย่อมติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง ถือว่าจำเลยยึดถือครอบครองทรัพย์ของผู้เสียหาย เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์สำเร็จ มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือความผิดสำเร็จ ข้อเท็จจรองฟังยุติว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คนได้ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยพวกของจำเลยได้เข้าทำร้ายนายนิสิตซึ่งนั่งอยู่กับผู้เสียหายและจำเลยวิ่งเข้ามากระชากสร้อยคอจากผู้เสียหายขาดหล่นลงที่พื้น จำเลยก้มลงจะหยิบเอาแต่ผู้เสียหายแย่งหยิบเอาไว้ก่อน เห็นว่าการที่จำเลยกระชากสร้อยคอจากคอผู้เสียหายขาด แม้จะเป็นผลให้สร้อยคอติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง แต่ก็เป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้สร้อยคอขาดหลุดเท่านั้น จะถือว่าจำเลยยึดถือสร้อยคอของผู้เสียหายไว้แล้วหาได้ไม่ การยึดถือเอาสร้อยคอยังไม่บรรลุผล จึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดสำเร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2526 อัยการชุมพร โจทก์ นายคะนอง รุนหนูกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการชุมพร · จำเลย - นายคะนอง รุนหนูกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 934/2535ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5840/2544ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 959/2531ฎีกา 1683/2523ฎีกา 2365/2563ฎีกา 6252/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 845/2543ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 218/2555ฎีกา 729/2483ฎีกา 1211/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา