⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3340/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3340/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลหลายคนร่วมกันครอบครองทรัพย์มรดก ย่อมถือว่าได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกนั้นร่วมกัน และการที่บุคคลหนึ่งในกลุ่มครอบครองทรัพย์สินนั้นแต่เพียงผู้เดียว ถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของร่วม มิใช่การแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสี่และบิดาจำเลยร่วมกันครอบครองที่นามรดกแปลงพิพาทต่อจากเจ้ามรดก ถือได้ว่าร่วมกันรับมรดกดังกล่าวและเป็นเจ้าของที่นามรดกรายนี้ร่วมกันแล้ว แม้ภายหลังบิดาจำเลยจะเป็นฝ่ายครอบครองที่นาพิพาทแต่เพียงผู้เดียวก็ต้องถือว่าครอบครองในฐานะเจ้าของร่วมกันและแทนกัน มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 จำเลยอยู่ในฐานะผู้สืบสิทธิของบิดาจำเลย การที่บิดาจำเลยยกที่นาแปลงพิพาทให้แก่บุตรของตนรวมทั้งจำเลยแล้วจำเลยเอาที่นาดังกล่าวขอออก น.ส.3 เป็นชื่อจำเลยและพี่น้อง ไม่ทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองในที่นาแปลงพิพาทในส่วนของโจทก์ทั้งสี่ เมื่อโจทก์ทั้งสี่ยื่นฟ้องจำเลยยังไม่ถึง 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยไม่ยินยอมแบ่งที่นาแปลงพิพาทให้ โดยอ้างว่าที่นาดังกล่าวเป็นของจำเลยและพี่น้องของจำเลย โจทก์จึงไม่หมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1748 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าบิดาจำเลยและโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรร่วมบิดามารดาเดียวกันซึ่งถึงแก่กรรมไป โดยมีมรดกเป็นที่นาอยู่ ๑ แปลงตกทอดมายังบุตรทุกคนและยังไม่ได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัด โจทก์ทั้งสี่และบิดาจำเลยครอบครองทำกินร่วมกันตลอดมาจนบิดาจำเลยถึงแก่กรรม หลังจากนั้นโจทก์ทั้งสี่ขอแบ่งที่นาจากจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งให้อ้างว่าเป็นของจำเลยผู้เดียว ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่นารายพิพาทเป็นมรดกได้แก่โจทก์ทั้งสี่และบิดาจำเลย ให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วน จำเลยให้การว่า บิดาจำเลยเป็นเจ้าของที่นารายพิพาทโดยการครอบครองทำประโยชน์และก่อนถึงแก่กรรมได้ให้ที่นาแปลงนี้แก่บุตรคนอื่น ๆ รวมทั้งจำเลย ที่นาดังกล่าวไม่ใช่มรดกของบิดามารดาของบิดาจำเลยและโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ร่วมกับบิดาจำเลยและจำเลยจึงไม่มีสิทธิในที่นารายพิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่และบิดาจำเลยได้ร่วมกันครอบครองที่นามรดกภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรม ถือได้ว่าร่วมกันรับมรดกและเป็นเจ้าของที่นามรดกร่วมกันแล้ว แม้ภายหลังบิดาจำเลยจะครอบครองที่นาพิพาทแต่ผู้เดียว ก็ต้องถือว่าครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของร่วมกันและแทนกัน มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ จำเลยอยู่ในฐานะผู้สืบสิทธิของบิดาจำเลย การที่บิดาจำเลยยกที่นาแปลงพิพาทให้แก่บุตรของตนรวมทั้งจำเลย แล้วจำเลยเอาที่นาดังกล่าวไปขอออก น.ส.๓ เป็นชื่อจำเลยและพี่น้องโดยโจทก์ทั้งสี่มิได้รู้เห็นยินยอมไม่ทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองในที่นาแปลงพิพาทส่วนของโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดียังไม่ถึง ๑ ปี นับแต่วันที่จำเลยไม่ยินยอมแบ่งที่นาแปลงพิพาทให้โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยและพี่น้อง จึงไม่หมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครอง พิพากษากลับเป็นว่าที่นาแปลงพิพาทเป็นมรดกซึ่งตกทอดมายังบิดาจำเลยและโจทก์ทั้งสี่ ให้จำเลยแบ่งที่นาให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3340/2526 นางบา เชษฐาชัย กับพวก โจทก์ นางบรรดิษฐ์ เฟื้อยปัญญา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบา เชษฐาชัย กับพวก · จำเลย - นางบรรดิษฐ์ เฟื้อยปัญญา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · โกวิท สุนทรขจิต · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชาญ วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1200/2523ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 2503/2523ฎีกา 94/2493ฎีกา 1228/2539ฎีกา 2938/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 1413/2508ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 192/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 713/2508ฎีกา 159/2513ฎีกา 247/2541ฎีกา 987/2485ฎีกา 905/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา