⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3351/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3351/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทยฯ เป็นบทบัญญัติที่ใช้ในชั้นบังคับคดีเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติที่ใช้ปฏิเสธความรับผิดในทุกกรณี สิทธิในการฟ้องร้องและปัญหาในการบังคับคดีเป็นคนละประเด็นกัน

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ๆ ไม่ใช่บทบัญญัติที่มีไว้เพื่อประโยชน์ในการปฏิเสธหนี้ในทุกกรณี แต่เป็นบทบัญญัติที่มีไว้ใช้ในชั้นบังคับคดีในกรณีที่มีความจำเป็นต้องบังคับคดีเท่านั้น ที่จำเลยยกมาตรา 13 ขึ้นต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่จ่ายค่าชดเชยตามฟ้องโดยอ้างว่าเป็นการพ้นวิสัยที่ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีจึงไม่ถูกต้อง เพราะสิทธิในการฟ้องร้องกับปัญหาในการบังคับคดีเป็นคนละเรื่องกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำเพราะเหตุเกษียณอายุ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๓ คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๙ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๖ เช่น สร้าง ซื้อ เช่า ให้กู้ยืม กิจการต่าง ๆ นี้อาจมีการก่อหนี้และการชำระหนี้ ตามมาตรา ๔๓ ถ้ามีรายได้ก็ให้ตกเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทยสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หากรายได้ไม่พอแก่รายจ่ายและไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐพึงจ่ายให้ตามจำนวนที่ขาด บทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในการลงทุนประกอบการโดยปริยายว่า เมื่อมีหนี้ตามกฎหมายหรือตามข้อสัญญา การรถไฟแห่งประเทศไทยย่อมจะต้องชำระหนี้นั้น ไม่อาจแปลได้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเอาประโยชน์จากบุคคลอื่นได้โดยไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ ฉะนั้นที่มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า "ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" จึงไม่ใช่บทบัญญัติที่มีไว้เพื่อประโยชน์ในการปฏิเสธหนี้ในทุกกรณี แต่เป็นบทบัญญัติที่มีไว้ใช้ในการบังคับคดีในกรณีที่มีความจำเป็นต้องบังคับคดีเท่านั้น ค่าชดเชยเป็นเงินที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายแก่ลูกจ้างในกรณีเลิกจ้าง คดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามที่กฎหมายบังคับไว้ จำเลยมิได้อุทธรณ์เลยว่าจำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ เท่ากับยอมรับว่าจำเลยมีหน้าที่เช่นนั้นตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง หากจำเลยทราบคำบังคับแล้วคำนึงถึงหน้าที่ของจำเลยตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ดังกล่าวข้างต้นและยินยอมปฏิบัติตามคำบังคับ ก็ไม่จำต้องมีการบังคับคดี ปัญหาเรื่องทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ก็ไม่เกิดขึ้นดังนั้น ที่จำเลยด่วนยกบทกฎหมายดังกล่าวแล้วขึ้นต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดตามฟ้องโดยอ้างว่าเป็นการพ้นวิสัยที่ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีได้จึงไม่ถูกต้อง เพราะสิทธิในการฟ้องร้องกับปัญหาในการบังคับคดีเป็นคนละเรื่องกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3351/2526 นายเสมอ สาขากร โดยนายนิสิต กาญจนศรี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสมอ สาขากร โดยนายนิสิต กาญจนศรี ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - การรถไฟแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 161/2507ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา