⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3512/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ถือเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องฉบับหลังโดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้องฉบับแรกว่า การที่โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความและสมควรยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องฉบับแรกของจำเลย และเป็นที่สุดแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับหลังอีกจึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้กับให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน คู่ความประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะผ่อนชำระให้โจทก์ หากผิดนัดให้บังคับเอาแก่จำเลยที่ ๓ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ผิดสัญญา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แต่ไม่พอชำระหนี้ จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยังมีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขอให้ยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่มีทรัพย์สินอื่นตามที่จำเลยที่ ๓ กล่าวอ้าง ขอให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ ขอเลื่อนการไต่สวนรวม ๗ ครั้ง ครั้นถึงวันนัดไต่สวนครั้งที่แปดฝ่ายจำเลยที่ ๓ ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าถือได้ว่าจำเลยที่ ๓ ไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน ให้ยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวนเสีย ต่อมาจำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินค่าจ้างของจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยที่ ๓ ทั้งสองฉบับดังกล่าวมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกันความว่า การที่โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ เป็นการไม่ชอบด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความ และสมควรจะยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องฉบับแรกของจำเลยที่ ๓ เพราะไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน แล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ข้อที่จำเลยที่ ๓ อ้างและมีคำขอต่อศาลจึงรับฟังไม่ได้ และเป็นที่สุด การที่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องฉบับหลังอีก โดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้องฉบับแรกจึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2526 บริษัทมหาชนทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายปรีชา เจือสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทมหาชนทรัสต์ จำกัด · จำเลย - นายปรีชา เจือสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5640/2542ฎีกา 812/2534ฎีกา 6828/2537ฎีกา 686/2546ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1767/2536ฎีกา 3413/2541ฎีกา 559-561/2532ฎีกา 1182/2491ฎีกา 39/2530ฎีกา 4651/2551ฎีกา 1499/2551ฎีกา 1485/2547ฎีกา 1323/2530ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 208/2540ฎีกา 6506/2547ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 19/2504ฎีกา 6353/2550ฎีกา 1342/2534ฎีกา 2002/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา