⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3587/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3587/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ย่อมถือเป็นความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นจากการละทิ้งงาน ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายตามที่เห็นสมควรได้ * ศาลมีอำนาจกำหนดให้คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ แม้จะชนะเพียงบางส่วนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้จะไม่ได้ความชัดว่าหากไม่มีการเลิกสัญญากันโจทก์จะได้กำไรจากการขายอาคารพาณิชย์ที่โจทก์จ้างจำเลยก่อสร้างเป็นจำนวนเท่าใด แต่เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ก่อสร้างศูนย์การค้าเพื่อหากำไร เมื่อสร้างไม่เสร็จก็ย่อมเกิดผลเสียหาย ซึ่งเป็นความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นจากการละทิ้งงานของจำเลย ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควรได้ แม้ว่าคู่ความฝ่ายใดชนะคดีเต็มตามข้อหาหรือแต่บางส่วนศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจให้คู่ความที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยซึ่งแพ้คดีเพียงบางส่วนรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งหมดจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้รับจ้างเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ที่ศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยก่อสร้างอาคารไม่เสร็จตามสัญญา กลับละทิ้งงานก่อสร้างไป ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา และไม่ได้เสียหายมากตามที่ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 200,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเชื่อว่าได้มีผู้ตกลงซื้ออาคารพาณิชย์ที่โจทก์จ้างจำเลยทำการก่อสร้างจริง ถึงแม้จะไม่ได้ความชัดว่าหากไม่มีการเลิกสัญญากันโจทก์จะได้ผลกำไรจากการขายอาคารพาณิชย์ทั้ง 21 ห้องครึ่งเป็นจำนวนเท่าใด แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ก่อสร้างศูนย์การค้าเพื่อขายหากำไร เมื่อสร้างไม่เสร็จย่อมเกิดผลเสียหายซึ่งเป็นความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นจากการละทิ้งงานของจำเลยศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควรได้ ได้ความจากนายสุรินทร์พยานโจทก์ว่าราคาขายอาคารพาณิชย์ห้องละ 480,000 บาทนั้นรวมทั้งที่ดินด้วย ทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้จ้างผู้อื่นก่อสร้างต่อต้องเสียค่าจ้างเพิ่มขึ้นเพียงใดที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 200,000 บาทตามที่เรียกร้องเห็นว่าสูงเกินส่วน สมควรกำหนดให้ 120,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เต็มตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องโดยโจทก์ชนะคดีไม่เต็มตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งกำหนดค่าทนายให้สูงเกินไปนั้น เห็นว่า แม้คู่ความฝ่ายใดจะชนะคดีไม่ว่าเต็มตามข้อหาหรือบางส่วน ศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจให้คู่ความที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งหมดจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใดค่าทนายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดก็ประมาณร้อยละ 1 ของทุนทรัพย์เป็นการเหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์120,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3587/2526 บริษัทบำรุงไทยเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพ.วรารัตน์ก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบำรุงไทยเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพ.วรารัตน์ก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · พจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5453/2539ฎีกา 1086/2509ฎีกา 5622/2536ฎีกา 1512/2513ฎีกา 1167/2523ฎีกา 6396/2537ฎีกา 3240/2543ฎีกา 1037/2491ฎีกา 2718/2515ฎีกา 1054/2525ฎีกา 327/2475ฎีกา 1882/2497ฎีกา 6033/2541ฎีกา 3107/2538ฎีกา 4785/2540ฎีกา 3757/2543ฎีกา 781/2547ฎีกา 2326/2544ฎีกา 225/2504ฎีกา 1497/2549ฎีกา 1825/2522ฎีกา 5400/2536ฎีกา 2004/2544ฎีกา 2307/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา