⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3997/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3997/2526

ป.อาญา ม.318 · ป.วิ.อาญา ม.212

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์สามารถปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลยได้ แม้จะไม่ได้เป็นการเพิ่มโทษก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 มิได้บัญญัติห้ามมิให้ศาลปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษแก่จำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม แต่กำหนดโทษของจำเลยยังคงเดิมนั้น เป็นเพียงปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษแก่จำเลยเท่านั้น หาได้พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยแต่อย่างใดไม่ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.318 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๔ คน ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันพรากนางสาว ว. ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุ ๑๖ ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่ออนาจาร โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วย จำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะพาไปหาเพื่อนแล้วฉุดคร่าอุ้มพาลงเรือไป จำเลยกับพวกได้ร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเรา และจำเลยได้กระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ ๑ ครั้ง กับจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ในบ้านของจำเลยและจำเลยได้กอดจูบกระทำอนาจารผู้เสียหายเป็นประจำ ทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๓๑๐, ๓๑๘, ๘๓, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาเมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาฐานข่มขืนกระทำชำเรา และหน่วงเหนี่ยวกักขัง คงเหลือเฉพาะข้อหาฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารข้อหาเดียว ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดและลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ วรรคสอง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๔ วรรคสาม โดยมิได้แก้กำหนดโทษ จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ วรรคสาม ซึ่งโทษหนักกว่าวรรคสองเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ มิได้บัญญัติห้ามมิให้ศาลปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลยแต่อย่างใด การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๘ วรรคสาม ส่วนโทษของจำเลยยังคงเดิมนั้น เป็นเพียงปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลยเท่านั้น หาได้พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยแต่อย่างใดไม่จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3997/2526 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นายสมบูรณ์ มีแย้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นายสมบูรณ์ มีแย้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายวุฒิ คราวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7014/2544ฎีกา 3343/2534ฎีกา 7019/2549ฎีกา 958/2518ฎีกา 1496/2531ฎีกา 477/2491ฎีกา 10048/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1514/2532ฎีกา 5165/2548ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1826/2547ฎีกา 2375/2541ฎีกา 512/2559ฎีกา 1331/2520ฎีกา 1715/2545ฎีกา 4385/2562ฎีกา 119/2517ฎีกา 628/2493ฎีกา 370/2542ฎีกา 8131/2548ฎีกา 2590/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา