คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนาคารผู้รับฝากมีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังและฝีมือตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ หากเกิดความเสียหายแก่ผู้ฝากเงินอันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของธนาคาร ธนาคารต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นลูกค้าโดยเปิดบัญชีเงินฝากประจำไว้แก่ธนาคารจำเลย ที่ 2 การที่ธนาคารจำเลยที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 1 ถอนเงินไปจากบัญชีเงินฝากประจำของโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีใบมอบฉันทะของโจทก์มาแสดง และลายมือชื่อในช่องผู้ถอนเงินและด้านหลังใบถอนเงินไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์อันแท้จริง โดยไม่ได้ความชัดว่าได้มีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อโจทก์ในใบถอนเงินที่ทำมาผิดระเบียบเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของโจทก์หรือไม่ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อโดยไม่ใช้ความระมัดระวังและฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการธนาคารอันเป็นอาชีวะของตน จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกค้าของธนาคารจำเลยที่ ๒ สาขาสิงห์บุรีโดยได้เปิดบัญชีเงินฝากประจำตามบัญชีหมายเลข ๓๕๓ ในการฝากเงินดังกล่าวโจทก์ได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อของโจทก์ไว้แก่ธนาคารเพื่อตรวจสอบกับลายมือชื่อในใบถอนเงิน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้จัดทำใบถอนเงินฝากประจำปลอมขึ้น ๒ ฉบับโดยจัดเขียนลายมือชื่อโจทก์ปลอมในฐานะผู้ถอนเงิน และผู้รับเงินแล้วกรอกรายการถอนเงินฝากจากบัญชีของโจทก์ และรับเงินไปจากธนาคารจำเลยที่ ๒ สาขาสิงห์บุรี จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐๐,๐๐๐บาทเศษ โดยได้ลักสมุดเงินฝากของโจทก์ไปแสดงต่อพนักงานของจำเลยที่ ๒ สาขาสิงห์บุรี ในการนี้พนักงานไม่ได้ตรวจดูลายมือชื่อของโจทก์เปรียบเทียบกับลายมือชื่อที่ให้ไว้เป็นตัวอย่างให้ถี่ถ้วน และยอมจ่ายเงินในบัญชีของโจทก์โดยประมาทเลินเล่อในหน้าที่อย่างร้ายแรง ทำให้เงินในบัญชีของโจทก์ขาดไป ทำให้โจทก์ขาดดอกเบี้ยไปด้วย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวม ๒๘๐,๑๐๕ บาท ๗๑ สตางค์และให้ใช้ค่าเสียหายเท่ากับอัตราดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่เคยปลอมลายมือชื่อโจทก์ ความจริงโจทก์ได้มอบฉันทะให้จำเลยที่ ๑ ไปถอนเงินจากธนาคารจำเลยที่ ๒ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ลายมือชื่อในใบถอนเงินเป็นลายมือชื่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตปราศจากความประมาทเลินเล่อ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
ก่อนชี้สองสถานจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมนางสมพรบุตรสาวจำเลยที่ ๑ ได้เข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงิน ๒๘๐,๑๐๕ บาท ๗๑ สตางค์แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ลายมือชื่อในช่องผู้ถอนเงินและด้านหลังใบถอนเงินไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์อันแท้จริง และธนาคารจำเลยที่ ๒ ยอมให้จำเลยที่ ๑ ถอนเงินไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีใบมอบฉันทะของโจทก์มาแสดง และไม่ได้ความชัดว่าทางธนาคารได้ทำการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อโจทก์ในใบถอนเงินพิพาทที่จำเลยที่ ๑ ทำมาโดยผิดระเบียบนั้นเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของโจทก์แล้วหรือไม่ จึงถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ โดยไม่ใช้ความระมัดระวังและฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการธนาคารอันเป็นอาชีวะของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๙ วรรคสาม จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ดังฟ้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2526
นางสาวบ๊วย ตั้งจิตประสงค์ โจทก์
นายปรีดา ไชยสิทธิ์ โดยนางสาวสมพร ไชยสิทธิ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวบ๊วย ตั้งจิตประสงค์ · กับพวก - นายปรีดา ไชยสิทธิ์ โดยนางสาวสมพร ไชยสิทธิ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ สังขนันท์ · อุดม บรรลือสินธุ์ · อุดม บรรลือสินธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิคพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา