⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10082/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10082/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับฝากทรัพย์สินโดยมีบำเหน็จ ต้องใช้ความระมัดระวังและฝีมือในการสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนวิญญูชนจะพึงประพฤติในพฤติการณ์เช่นนั้น การพิจารณาความระมัดระวังดังกล่าวต้องเปรียบเทียบกับคนทั่วไปในภาวะเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิจารณาว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากรถยนต์คันพิพาทไว้โดยมีบำเหน็จค่าฝากได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับคนทั่วๆ ไปในภาวะเช่นนั้นว่าควรจะพึงใช้ความระมัดระวังเช่นไร ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าอู่ซ่อมรถของจำเลยโดยได้ล็อกประตูและล็อกพวงมาลัยรถยนต์คันพิพาท ส่วนตัวจำเลยก็นอนอยู่ภายในอู่ดังกล่าว เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นก็ได้ลุกขึ้นดู ปรากฏว่ารถยนต์คันพิพาทหายไปก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาทราบและออกติดตามคนร้ายกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นแล้ว อู่ซ่อมรถของจำเลยเป็นห้องแถวและเป็นอู่ขนาดเล็ก บริเวณด้านหน้าของอู่ตั้งประชิดติดกับขอบถนน ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการกั้นรั้วหรือจัดหายามมาคอยระแวดระวังในเวลากลางคืน ดังนั้น การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าของอู่จะถือว่าจำเลยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.659

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2545 นางสาวนันทานำรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ป - 5734 ชุมพร ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ไปซ่อมเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่อู่ของจำเลย จำเลยตกลงรับซ่อมและรับมอบรถยนต์พร้อมกุญแจไว้อันเป็นการรับฝากทรัพย์เพื่อทำการซ่อม จำเลยมีหน้าที่ดูแลรถยนต์ขณะอยู่ในความครอบครองของจำเลยเสมือนวิญญูชนพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2545 นางสาวนันทาได้รับแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวหายไป ซึ่งการที่รถยนต์คันดังกล่าวหายไปเกิดจากความบกพร่องและประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาของจำเลย โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางสาวนันทาผู้เอาประกันภัยจำนวน 120,000 บาท โจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ป - 5734 ชุมพร คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 125,720 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 120,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยรถยนต์คันพิพาทไว้ซ่อมจริงในทำนองช่วยเหลือในฐานะคนรู้จักสนิทสนมกัน และจำเลยใช้ความระมัดระวังในการดูแลรถยนต์คันพิพาทเป็นอย่างดีเยี่ยงวิญญูชนพึงกระทำ มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าโจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันพิพาทไว้จากนางสาวนันทาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2545 นางสาวนันทานำรถยนต์คันพิพาทไปซ่อมที่อู่ของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายพุนพิน - หนองขรี โดยนางสาวนันทามอบรถยนต์พร้อมกุญแจรถให้จำเลยเก็บรักษาไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2545 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา ขณะที่จำเลยนอนพักอยู่ภายในอู่มีคนร้ายมาลักรถยนต์คันพิพาทไป จำเลยซึ่งรู้สึกตัวตื่นเนื่องจากเสียงดังของเครื่องยนต์ได้ลุกขึ้นมาดู และเมื่อพบว่ารถยนต์คันพิพาทหายไปก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบ จากนั้นจำเลยและเจ้าพนักงานตำรวจออกตามหารถยนต์คันพิพาทแต่ไม่พบ จึงแจ้งให้นางสาวนันทาทราบ และต่อมาโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 120,000 บาท ให้แก่นางสาวนันทา ผู้เอาประกันภัย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาในทำนองว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการที่จะถูกโจรกรรม ทั้งมิได้จัดให้มีรั้วกั้นหรือมียามคอยตรวจตราดังเช่นอู่ซ่อมรถโดยทั่วไป ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์ของตนเอง จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากรถยนต์คันพิพาทไว้โดยมีบำเหน็จค่าฝากได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับคนทั่ว ๆ ไปในภาวะเช่นนั้นว่าควรจะพึงใช้ความระมัดระวังเช่นไร ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าอู่ของจำเลยโดยได้ล็อกประตูและล็อกพวงมาลัยรถยนต์คันพิพาท ส่วนตัวจำเลยก็นอนอยู่ภายในอู่ดังกล่าว เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้นก็ได้ลุกขึ้นมาดู และเมื่อพบว่ารถยนต์คันพิพาทหายไป ก็ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาทราบและออกติดตามคนร้ายกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้ริมถนนแทนที่จะไปจอดไว้ในบริเวณชายคาหน้าอู่ของจำเลย รวมทั้งจำเลยไม่ได้จัดให้มีรั้วกันหรือมียามคอยตรวจตรารถยนต์คันพิพาทเป็นการแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น เห็นว่า สำหรับจุดจอดรถยนต์คันพิพาทนั้น ได้ความจากคำเบิกความของนายเอกชัยพยานโจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า จำเลยใช้ห้องแถวซึ่งอยู่ติดกับถนนสายพุนพิน - หนองขรี เป็นที่ตั้งอู่ และได้ความจากภาพถ่ายหมาย จ.7 ว่าบริเวณด้านหน้าของอู่ตั้งประชิดติดกับขอบถนน จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าอู่ของจำเลยเป็นอู่ขนาดเล็ก ซึ่งอู่ที่มีขนาดเล็กและอยู่ติดกับถนนเช่นนี้ ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการกั้นรั้วหรือจัดหายามมาคอยระแวดระวังในเวลากลางคืน ดังนั้น การที่จำเลยจอดรถยนต์คันพิพาทไว้บริเวณด้านหน้าของอู่จะถือว่าจำเลยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้นหาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10082/2551 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายวิธี ธุระกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายวิธี ธุระกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · ดิเรก อิงคนินันท์ · พิชัย อภิชาตอำมฤต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 22/2536ฎีกา 3926/2530ฎีกา 3076/2533ฎีกา 2837/2522ฎีกา 11029/2553ฎีกา 2844/2566ฎีกา 1538/2526ฎีกา 2920/2522ฎีกา 4844/2545ฎีกา 80/2511ฎีกา 6280/2538ฎีกา 246/2485ฎีกา 2924/2522ฎีกา 1382/2534ฎีกา 6425/2539ฎีกา 9190/2547ฎีกา 3513/2542ฎีกา 1747/2520ฎีกา 749/2518ฎีกา 880/2546ฎีกา 2748-2749/2515ฎีกา 2806/2555ฎีกา 2542/2549ฎีกา 109/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ