คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับฝากรับรถยนต์ไว้ในครอบครองและจัดการเกี่ยวกับรถยนต์นั้น ถือเป็นการรับฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จ สัญญาที่ทำขึ้นโดยมีเงื่อนไขยกเว้นความรับผิด จะมีผลผูกพันคู่สัญญาต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้ตกลงยินยอมหรือลงชื่อรับรู้ด้วย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำรถยนต์ไปจอดในบริเวณปั๊มน้ำมันของจำเลย และได้มอบกุญแจรถยนต์ไว้ให้ลูกจ้างของจำเลย ลูกจ้างของจำเลยนำรถยนต์ของโจทก์เข้าไปเก็บในที่เคยเก็บรถยนต์ และโจทก์จ่ายค่ารับฝากให้จำเลยเมื่อมาเอารถคืนโดยได้ปฏิบัติเช่นนี้เป็นเวลานาน ถือว่าจำเลยได้ตกลงรับฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้ในอารักขาของตน ตลอดเวลาที่รถยนต์ของโจทก์อยู่ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยอำนาจการครอบครองรถยนต์นั้นตกอยู่กับจำเลยที่จะจัดการเกี่ยวกับรถยนต์นั้นจนกว่าโจทก์จะมารับรถยนต์คืนไป จึงเป็นสัญญาฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จ
เงื่อนไขตามใบเสร็จรับเงินและประกาศที่จำเลยที่ 4 ทำขึ้นเพื่อยกเว้นความรับผิดนั้น เมื่อโจทก์มิได้ตกลงยินยอมหรือลงชื่อรับรู้ด้วย เงื่อนไขดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและขอให้เรียกบริษัทสยามกลการ จำกัด เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโดยฟ้องว่าโจทก์เช่าซื้อรถยนต์เก๋ง ๑ คันจากโจทก์ร่วมยังชำระค่าเช่าซื้อไม่หมด วันเกิดเหตุโจทก์มอบรถยนต์ดังกล่าวให้คนของโจทก์นำไปฝากที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ ๔ และมอบกุญแจรถให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ ผู้จัดการของจำเลยที่ ๔ โดยเสียค่าฝากวันละ ๕ บาท ชำระค่าฝากในวันรุ่งขึ้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีหน้าที่ดูแลรักษารถยนต์ ได้กระทำโดยประมาทไม่เอากุญแจรถยนต์ออกจากรถ ไม่ล็อครถและไม่เฝ้ารถ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ถูกลักไป ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันคืนรถยนต์ในสภาพเรียบร้อยพร้อมค่าเสียหาย ๒๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์ หากคืนรถยนต์ไม่ได้ให้ใช้ราคารถยนต์ ๖๖,๐๐๐ บาท กับค่าเสียหายรวม ๙๑,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้จำเลยชำระค่าจ้างรถวันละ ๑๕๐ บาทจนกว่าจะคืนหรือชำระราคารถยนต์ให้โจทก์
จำเลยทั้งสี่ให้การร่วมกันต่อสู้คดีหลายประการ และว่าจำเลยที่ ๔ ให้จอดรถโดยคิดค่าบริการเป็นการให้เช่าที่สำหรับจอดรถโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในความสูญหายของรถที่มาจอด ปรากฏตามสำเนาเงื่อนไขท้ายคำให้การ หากไม่ตกลงตามเงื่อนไขจำเลยก็ไม่ยอมให้นำรถเข้ามาจอดโจทก์ทราบเงื่อนไขนี้ดี
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๔ คืนรถยนต์ให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๖๖,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑, ๒ และ ๓
โจทก์และจำเลยที่ ๔ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อคนของโจทก์นำรถยนต์ไปฝากที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยและได้มอบกุญแจรถยนต์ไว้ให้คนของจำเลยนำรถยนต์เข้าไปเก็บไว้ในที่เคยเก็บรถยนต์ และได้ปฏิบัติกันเช่นนี้เป็นเวลานาน การกระทำดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยได้ตกลงรับฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้ในอารักขาของตนแล้ว ตลอดเวลาที่รถยนต์ของโจทก์อยู่ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลย อำนาจการครอบครองรถยนต์ของโจทก์ตกอยู่กับจำเลยที่จะจัดการเกี่ยวกับรถยนต์นั้นได้ทุกเมื่อจนกว่าโจทก์จะมารับรถยนต์คืนไป และเป็นสัญญารับฝากรถยนต์ที่จำเลยได้รับผลประโยชน์เป็นเงินตอบแทน จึงเป็นสัญญาฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จหาใช่เป็นสัญญาเช่าที่จอดรถไม่
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ระบุเงื่อนไขให้โจทก์ทราบตามใบเสร็จรับเงิน และมีประกาศไว้ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยแล้วว่าเป็นการให้เช่าที่สำหรับจอดรถโดยจำเลยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในความสูญหายของรถจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดนั้นเห็นว่าเงื่อนไขตามใบเสร็จรับเงิน เป็นเงื่อนไขที่จำเลยทำขึ้นเพื่อให้พ้นความรับผิดแต่ฝ่ายเดียว คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ตกลงยินยอมหรือลงชื่อรับรู้ในเงื่อนไขหลังใบเสร็จรับเงินนี้ด้วย ทั้งเป็นเงื่อนไขที่แจ้งให้โจทก์ทราบเมื่อได้รับชำระเงินค่าฝากรถแล้วจึงไม่ผูกพันโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2517
นายถนอมชัย เศรษฐลักษณ์ โจทก์
บริษัทสยามกลการ จำกัด โจทก์ร่วม
นางธิดา ปรีดาสวัสดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายถนอมชัย เศรษฐลักษณ์ · โจทก์ร่วม - บริษัทสยามกลการ จำกัด · จำเลย - นางธิดา ปรีดาสวัสดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา