⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1801/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับฝากทรัพย์ที่มีบำเหน็จค่าฝาก ต้องใช้ความระมัดระวังและฝีมือในการดูแลรักษาทรัพย์สินที่ฝากเหมือนวิญญูชนทั่วไป และต้องใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการหากจำเป็น.

ย่อคำพิพากษา

การฝากทรัพย์ที่มีบำเหน็จค่าฝาก ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินที่ฝากเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในการที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคสอง จำเลยที่ 1 เจ้าของปั๊มน้ำมันรับฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้และรับเงินค่ารับฝาก เมื่อรถยนต์สูญหายโดยนำสืบไม่ได้ว่าสูญหายเพราะเหตุใด ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อขาดความระมัดระวัง จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.659

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลเจ้าของปั๊มน้ำมัน จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดและรับฝากรถยนต์โดยเก็บเงินค่ารับฝาก จำเลยที่ 1 แต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เมื่อวันที่ 3มีนาคม 2517 โจทก์นำรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.7615ขนาด 16 แรงม้า 1 คัน ราคา 63,500 บาทไปฝากค้างคืนไว้กับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับฝากไว้ในนามของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม2517 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา มีคนร้ายลักรถยนต์ของโจทก์ที่ฝากจำเลยที่ 1ไป ทั้งนี้ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ไม่เก็บรักษารถยนต์ของโจทก์ไว้ในที่ปลอดภัย จำเลยจึงต้องรัลผิดคืนรถยนต์หรือชดใช้ราคารถยนต์ให้โจทก์เป็นเงิน 63,500 บาท โจทก์ไม่ได้ใช้รถยนต์ประกอบกิจการงานตามปกติของโจทก์ ต้องจ้างรถยนต์ผู้อื่นเสียค่าจ้างไม่น้อยกว่าวันละ 250 บาทนับจากวันรถยนต์ของโจทก์สูญหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 10,000 บาท ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์ 63,500 บาท กับค่าเสียหายถึงวันฟ้อง 10,000 บาทรวมเป็นเงิน 73,500 บาท ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงิน 73,500 บาทต่อจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.7615 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่มีวัตถุประสงค์รับฝากรถยนต์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในกิจการรับฝากรถยนต์เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2โจทก์กับจำเลยที่ 3 ร่วมกันรับฝากรถยนต์เอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดชอบเหตุคดีนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ที่ 2 หากแต่มีคนร้ายใช้กำลังประทุษร้ายลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จนได้รับอันตรายสาหัสแล้วชิงเอารถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.7615 ไปอันเป็นเหตุสุดวิสัยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชอบ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.7615เป็นรถเก่าใช้งานมาหลายปี หากเสียหายก็ไม่เกิน 20,000 บาท หากโจทก์จ้างรถยนต์ผู้อื่นมาประกอบกิจการงานก็จ้างไม่เกินวันละ 50 บาท จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ารถยนต์สูญหายโดยมีคนร้ายชิงเอาไป เป็นเหตุสุดวิสัยจำเลยทั้งสามไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่เชื่อว่ามีคนร้ายชิงเอารถยนต์ของโจทก์ที่ฝากจำเลยไป จำเลยที่ 2 ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้รับฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้แทนจำเลยที่ 1เท่านั้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคารถยนต์ให้โจทก์ 50,000 บาท และค่าเสียหายถึงวันฟ้องอีก 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 53,000 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงิน 53,000 บาทต่อจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีคนร้ายชิงเอารถยนต์ของโจทก์ไป โจทก์มอบรถยนต์ให้อยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ 1 เมื่อมีสัญญาฝากทรัพย์เกิดขึ้นผู้รับใากมีหน้าที่จะต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินที่รับฝาก โดยเฉพาะการฝากทรัพย์รายนี้มีบำเหน็จค่าฝาก ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินที่ฝากเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในการที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย ดังกฎหมายบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคสอง จำเลยที่ 1 รับฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้แล้วสูญหายโดยนำสืบไม่ได้ว่าสูญหายเพราะเหตุใด ดังนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อขาดความระมัดระวัง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2520 นายวิรัตน์ ปังประเสริฐ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพหลโยธิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิรัตน์ ปังประเสริฐ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพหลโยธิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 685/2512ฎีกา 3187/2531ฎีกา 22/2536ฎีกา 3926/2530ฎีกา 9278/2542ฎีกา 2877/2547ฎีกา 3076/2533ฎีกา 1121/2533ฎีกา 365/2521ฎีกา 689/2510ฎีกา 787/2499ฎีกา 2837/2522ฎีกา 1751/2523ฎีกา 2205/2542ฎีกา 11029/2553ฎีกา 2844/2566ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 18/2520ฎีกา 1538/2526ฎีกา 6861/2537ฎีกา 2584/2520ฎีกา 2920/2522ฎีกา 3413/2530ฎีกา 3571/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา