⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 475/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้รับประโยชน์ในสัญญาประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยได้ แม้ก่อนที่ผู้รับประโยชน์จะแสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์ หากคู่สัญญาประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงกันแล้ว ผู้รับประกันภัยที่ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยในการเรียกค่าเสียหายจากลูกหนี้ของผู้เอาประกันภัยได้ * การรับรถยนต์ของลูกค้ามาไว้ในความอารักขา ณ สถานที่ของตน ถือเป็นการรับฝากทรัพย์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท ช. แล้วเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 1 ระบุให้บริษัท ช. เป็นผู้รับประโยชน์ มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 ก่อนบริษัท ช. แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์ รถที่เช่าซื้อสูญหายไป และโจทก์ที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โดยตรงแล้ว จึงเป็นกรณีที่คู่สัญญาประกันภัยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างกันแล้ว โจทก์ที่ 1 ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามมาตรา 880 มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในนามของตนเองจากลูกหนี้ของโจทก์ที่ 2 ได้ตามมาตรา 226 ส่วนโจทก์ที่ 2 ซึ่งฝากรถยนต์ไว้กับจำเลยและรถหายไป ก็มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในส่วนที่ยังขาดอยู่จากจำเลยได้ ปั๊มของจำเลยปฏิบัติต่อลูกค้ามีพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยยอมรับรถจากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ปั๊มนั้น จึงเป็นลักษณะรับฝากทรัพย์ตามมาตรา 657 ไม่ใช่ให้เช่าสถานที่เพื่อจอดรถ ร. นำรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไปทดลองขับดูก่อนที่จะซื้อและได้นำไปจอดฝากไว้กับจำเลย ถือได้ว่า ร. เป็นตัวแทนของโจทก์ที่ 2 โดยปริยาย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์มาจากบริษัทเซสแมนฮัตตันฯ จำกัด แล้วเอาประกันภัยไว้กับบริษัทโจทก์ที่ 1 โดยระบุในกรมธรรม์ประกันภัยให้เจ้าของรถยนต์คันพิพาทเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประกัน ต่อมารถดังกล่าวหายไปจากปั๊มน้ำมันของจำเลย และโจทก์ที่ 1 ผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน160,000 บาท ครบตามสัญญาโจทก์ที่ 1 จึงฟ้องไล่เบี้ย และโจทก์ที่ 2 ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ยังขาดอยู่เอากับจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 160,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 60,000 บาทกับดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่า เมื่อโจทก์ที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทมาจากบริษัทเซสแมนฮัตตัน อินเวสเมนต์ (ประเทศไทย) จำกัด ในราคา 287,800 บาท ปรากฏตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อท้ายบัญชีระบุพยานโจทก์สารบาญอันดับที่ 42 แล้วโจทก์ที่ 2 ได้ประกันภัยรถยนต์คันพิพาทไว้กับบริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัดโจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2517 เป็นเงิน 160,000 บาท ปรากฏตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.1 โดยระบุในกรมธรรม์ประกันภัยให้เจ้าของรถยนต์คันพิพาทเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประกัน ต่อมาเดือนธันวาคม 2517รถยนต์คันพิพาทได้หายไปจากปั๊มน้ำมัน "สถานีบริการเชลล์-เสสะเวช" ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรบุรี-อโศกบริการ จำเลย ต่อมาโจทก์ที่ 1 ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 160,000 บาทครบตามสัญญา โจทก์ที่ 1 จึงฟ้องไล่เบี้ยและโจทก์ที่ 2 ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ยังขาดอยู่ เอากับจำเลยเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาว่า โจทก์ทั้งสองีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยรับฝากรถยนต์คันพิพาทนี้หรือไม่ ค่าเสียหายมีเพียงใด ในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 ซึ่งมิใช่เจ้าหนี้จึงไม่เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยรายนี้ต้องถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญาประกันภัยกันโดยตรงส่วนบริษัทเซสแมนฮัตตัน อินเวสเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด นั้นเป็นบุคคลภายนอกผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374แต่ไม่ปรากฏว่าบริษัทเซสแมนฮัตตันฯ ได้แสดงเจตนาที่จะเข้ามาถือเอาประโยชน์ดังนั้นตราบใดที่บุคคลภายนอกยังไม่ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาเพื่อรับประโยชน์ สิทธิของบุคคลภายนอกจึงมิได้เกิดมีขึ้น คู่สัญญาประกันภัยก็ย่อมจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของบุคคลภายนอกนั้นในภายหลังได้ ดังนี้การที่โจทก์ที่ 1 ลูกหนี้ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โดยตรง และโจทก์ที่ 2 ยอมรับชำระหนี้นั้น จึงเห็นได้ว่าเป็นกรณีที่คู่สัญญาประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างกันแล้ว เมื่อโจทก์ที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ที่ 2 แล้ว โจทก์ที่ 1 ก็ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามมาตรา 880 และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในนามของตนเองจากลูกหนี้ของโจทก์ที่ 2 ได้ตามมาตรา 226 ส่วนโจทก์ที่ 2 ได้อ้างว่า โจทก์และตัวแทนของโจทก์ฝากรถยนต์คันพิพาทไว้กับจำเลย ดังนั้นเมื่อรถยนต์คันพิพาทหายไปในระหว่างที่รถยนต์นั้นอยู่ในอารักขาของจำเลย โจทก์ที่ 2 ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้" ฯลฯ "ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า นายไพโรจน์นำรถยนต์คันพิพาทมาจอดที่ปั๊มน้ำมันจำเลยในวันเกิดเหตุแล้วหายไปจริง ปัญหาต่อไปมีว่านายไพโรจน์ฝากหรือเช่าสถานที่จอดรถกับปั๊มน้ำมันของจำเลย ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว นายไพโรจน์เบิกความว่า พยานเอารถยนต์เข้าบ้านไม่ได้ จึงนำรถทั้งสามคันรวมทั้งคันพิพาทไปฝากไว้ที่ปั๊มจำเลย เสียค่าฝากเดือนละ 150 บาทต่อคันการฝากฝากด้วยวาจา ชั้นแรกได้ไปพูดฝากกับผู้จัดการปั๊มจำเลยเสียก่อน บริเวณปั๊มเป็นลานโล่ง ๆ รถจอดได้ทั่วไปสุดแต่ว่างที่ใด นางจินตนา แก้วโกเมน พยานโจทก์ก็เบิกความว่าเคยนำรถมาฝากที่ปั๊มน้ำมันจำเลยเช่นกัน พยานโจทก์เบิกความสนับสนุนกันมีน้ำหนักน่าเชื่อได้ ประกอบกับนายสมศักดิ์ เสสะเวช พยานจำเลยเบิกความว่า ในทางปฏิบัติ ปั๊มจำเลยให้ลูกค้าของตนจอดรถในบริเวณปั๊มโดยคิดค่าจอดและรับว่ารถยนต์ 2 คันของนายไพโรจน์ก็มาจอดที่ปั๊มของจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะไม่มีหลักฐานการฝากเป็นหนังสือผูกมัดจำเลยก็ตามแต่ที่ปั๊มจำเลยปฏิบัติต่อนายไพโรจน์และลูกค้ารายอื่นเป็นพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยยอมรับรถจากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ปั๊มนั้น เป็นลักษณะรับฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 หาใช่ให้เช่าสถานที่เพื่อจอดรถดังจำเลยฎีกาไม่ และในกรณีที่นายไพโรจน์นำรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไปฝากไว้กับจำเลยเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่านายไพโรจน์เป็นตัวแทนของโจทกืที่ 2 โดยปริยายแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2522 บริษัท สินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรบุรี-อโศกบริการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรบุรี-อโศกบริการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 2694/2535ฎีกา 988/2533ฎีกา 681/2506ฎีกา 114/2536ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 2501/2526ฎีกา 9487/2558ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1882/2518ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2957/2523ฎีกา 100/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา