⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1056/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ความยินยอมให้ใช้ที่ดินโดยไม่มีค่าตอบแทน ย่อมมีผลผูกพันเจ้าของที่ดินตราบเท่าที่ความยินยอมนั้นยังคงอยู่ และเจ้าของที่ดินสามารถบอกเลิกเพิกถอนความยินยอมนั้นได้เมื่อใดก็ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่นายสมพรสามีโจทก์อนุญาตให้จำเลยปลูกบ้านทำรั้วเข้าไปในที่พิพาทเป็นเพียงการเอื้อเฟื้อจำเลยฉันพี่น้อง คงมีผลเพียงมิให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิดเท่านั้นซึ่งความยินยอมนั้นเป็นเรื่องให้ประโยชน์แก่จำเลยฝ่ายเดียว โดยนายสมพรมิได้รับค่าตอบแทนใดๆ เลย ย่อมมีผลผูกพันนายสมพรตราบเท่าที่ความยินยอมนั้นยังคงอยู่ ที่เจ้าของที่พิพาทให้ความยินยอมเช่นนี้ ก็ย่อมจะยกเลิกเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสมพร ซึ่งเป็นผู้สืบสิทธิจากเจ้าของที่พิพาทฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ ย่อมถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกความยินยอมอนุญาตให้จำเลยใช้ที่พิพาทแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะให้สิ่งปลูกสร้างคงอยู่ในที่พิพาทอีกต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายสมพรสามีโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๕๑๒เมื่อนายสมพรตาย โจทก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก นายสมพรตามคำสั่งศาล ต่อมาราวปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยได้ปลูกบ้านและล้อมรั้วรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของนายสมพรดังกล่าวทางด้านตะวันออก โจทก์แจ้งให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เดิมจำเลยนายไตรวุฒิ พี่จำเลยและนายสมพรถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๕๐๓ ร่วมกัน ซึ่งทุกคนตกลงกันว่าที่ดินด้านติดถนนสุขุมวิท ซอย ๗๗ กว้าง ๓๖ เมตร แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนแต่ละคนได้เท่ากัน แต่เมื่อทำการแบ่งโฉนดใหม่ จำเลยได้ที่ดินกว้างเพียง๑๐ เมตร ทำให้การก่อสร้างตึกแถวไม่เพียงพอ ในที่สุดนายสมพรยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านล้ำเข้าไปในที่ดินของนายสมพรได้และสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนภารจำยอมให้แก่จำเลย แต่นายสมพรตายเสียก่อน ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสมพรไปจดทะเบียนภารจำยอมในที่พิพาทให้แก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นายสมพรมิได้ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำ และไม่เคยสัญญาว่าจะจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมให้จำเลย นายสมพรไม่เคยทำหนังสือให้ความยินยอมตามเอกสารท้ายคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์จดทะเบียนภารจำยอมในที่พิพาทแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสมพรอนุญาตให้จำเลยปลูกบ้านทำรั้วเข้าไปในที่พิพาท แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของนายสมพรเช่นนี้ เป็นเพียงการเอื้อเฟื้อจำเลยฉันพี่น้อง คงมีผลเพียงมิให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิดเท่านั้น ซึ่งความยินยอมนั้นเป็นเรื่องให้ประโยชน์แก่จำเลยฝ่ายเดียว โดยนายสมพรมิได้รับค่าตอบแทนใด ๆ เลยย่อมมีผลผูกพันนายสมพรตราบเท่าที่ความยินยอมนั้นยังคงอยู่ ที่เจ้าของที่พิพาทให้ความยินยอมเช่นนี้ ก็ย่อมจะยกเพิกถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสมพร ซึ่งเป็นผู้สืบสิทธิจากเจ้าของที่พิพาทฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำย่อม ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกความยินยอมอนุญาตให้จำเลยใช้ที่พิพาทแล้วจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะให้สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวคงอยู่ในที่พิพาทอีกต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2527 นางศิริรัตน์ มหาวาณิชย์วงศ์ โจทก์ นายไตรรงค์ มหาวาณิชย์วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศิริรัตน์ มหาวาณิชย์วงศ์ · จำเลย - นายไตรรงค์ มหาวาณิชย์วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · โกวิท สุนทรขจิต · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 4300/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 231/2482ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2320/2543ฎีกา 149/2526ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา