⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1064/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในกรณีที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานตามที่โจทก์ร้องขอ ย่อมมีผลให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ผูกพันคู่ความอีกต่อไป และศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ฟ้องขับไล่จำเลย (โจทก์คดีนี้) ออกจากบ้านและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลย (โจทก์คดีนี้) ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ (จำเลยคดีนี้) มิได้เป็นเจ้าของบ้านตามฟ้อง จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ ค่าเสียหายมีจำนวนเท่าใดส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาจะซื้อขาย ที่ดินและบ้านพิพาททำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์เองเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญา ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาท จึงเป็นคนละประเด็นกัน และไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกคำสั่งงดชี้สองสถานแล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ อันเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่โจทก์ร้องขอ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) กรณีเช่นนี้โจทก์หาจำต้องอุทธรณ์คำพิพากษาอีกไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ไม่ผูกพันโจทก์อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินมีโฉนดพร้อมด้วยบ้านให้แก่โจทก์ตกลงชำระเงินและกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว โจทก์นำเงินไปชำระให้จำเลยโดยให้จำเลยไปโอนที่ดินและบ้านให้โจทก์ แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมรับเงินและไม่ยอมโอน ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยยอมรับเงิน และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านให้โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา โดยไม่นำเงินมาชำระแก่จำเลยจำเลยจึงต้องฟ้องขับไล่ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๗/๒๕๒๒ ของศาลชั้นต้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว มีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณา และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ฟ้องขับไล่จำเลย (โจทก์คดีนี้)ออกจากบ้านและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลย (โจทก์ในคดีนี้) ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ (จำเลยในคดีนี้) มิได้เป็นเจ้าของบ้านตามฟ้องจึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ (จำเลยคดีนี้) หรือไม่ และค่าเสียหายมีจำนวนเท่าใด ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาททำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์เองเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญา จึงเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ประเด็นแห่งคดีจึงมีฝ่ายใดเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาจะซื้อขาย และโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่ จำนวนเท่าใดดังนี้จะเห็นได้ว่าเป็นคนละประเด็นกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้งดชี้สองสถานโดยไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ถือว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังผูกพันโจทก์อยู่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกคำสั่งงดชี้สองสถานแล้วพิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ อันเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่โจทก์ร้องขอ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจพิพากษาคำสั่งหรือคำพิพากษายกคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓(๒) กรณีเช่นนี้โจทก์หาจำต้องอุทธรณ์คำพิพากษาอีกไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ไม่ผูกพันโจทก์อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2527 นายดาบตำรวจวิมล พูนชัย โจทก์ นายคง นาจำเริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดาบตำรวจวิมล พูนชัย · จำเลย - นายคง นาจำเริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอร่าม เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6868/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2898/2538ฎีกา 3790-3792/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา