⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1106/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างโดยเพิ่มเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์แก่นายจ้างฝ่ายเดียว ถือเป็นการเลิกจ้าง หากนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปโดยอ้างว่าลูกจ้างไม่ตอบบันทึกสอบถามการทำงาน. การที่ลูกจ้างทำเครื่องหมายในหัวข้อขอลาออกและชี้แจงเหตุผลว่าไม่สามารถจัดหาผู้ค้ำประกันได้ ถือว่าลูกจ้างลาออกโดยสมัครใจ.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างเดิมไม่มีข้อตกลงที่นายจ้างจะปรับลูกจ้างผู้ลาออกระหว่างปีการศึกษา และไม่มีข้อกำหนดให้ลูกจ้างต้องมีผู้ค้ำประกัน การที่นายจ้างเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวขึ้นใหม่และเป็นประโยชน์แก่นายจ้าง ฝ่ายเดียว อันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงานโดยแท้ จึงเป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง นายจ้างทำบันทึกถึงลูกจ้างสอบถามว่าจะทำงานต่อไปหรือ จะลาออก พร้อมทั้งกำหนดเวลาให้ลูกจ้างตอบ หากไม่ตอบให้ถือว่า ลูกจ้างลาออกเช่นนี้ หากลูกจ้างไม่ตอบบันทึกนายจ้างจะถือเอาเองว่า ลูกจ้างลาออกหาได้ไม่ การที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป ย่อมเป็นการเลิกจ้าง ลูกจ้างทำเครื่องหมายลงในหัวข้อขอลาออกและมีหนังสือชี้แจงเหตุผล ว่าไม่สามารถจัดหาผู้ค้ำประกันได้ ถือได้ว่าลูกจ้างลาออกโดยสมัครใจ ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยจากนายจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.11 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นครูทำการสอนในโรงเรียนสากลวิทยาต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๖ จำเลยให้โจทก์ลาออกเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันในการทำงานได้ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยให้หาผู้ค้ำประกันเพราะครูมักลาออกในระหว่างปีการศึกษา ทำให้นักเรียนเสียหาย โจทก์ลาออกด้วยความสมัครใจ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นนิติกรรมมีเงื่อนเวลาเริ่มต้นกำหนดไว้ และสัญญาค้ำประกันยังไม่ได้เริ่มต้น แต่โจทก์ลาออกเสียก่อน กรณีจึงปรับเข้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓ ซึ่งห้ามมิให้โจทก์ทวงถามให้ปฏิบัติการตามนิติกรรมก่อนถึงเวลากำหนดนั้น เห็นว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยได้มีอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ แต่จำเลยไม่พอใจที่ครูลาออกระหว่างปีการศึกษา ดังนั้นในปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๖ จำเลยจึงให้ครูที่ต้องการทำงานต่อไปต้องหาผู้ค้ำประกันมาทำสัญญากับจำเลยว่า หากครูผู้นั้นลาออกระหว่างปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๖ครูผู้นั้นจะต้องถูกจำเลยปรับโดยผู้ค้ำประกันจะต้องร่วมรับผิดกับครูผู้นั้นด้วย ซึ่งหากครูผู้ใดหาผู้ค้ำประกันไม่ได้ครูผู้นั้นต้องลาออก กรณีเป็นดังนี้ บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓ จึงไม่ตรงกับรูปเรื่องศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่จำเลยให้โจทก์จัดหาผู้ค้ำประกันมิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง หากเป็นเพียงให้สภาพการจ้างผูกพันกันยิ่งขึ้นเท่านั้นเห็นว่า เมื่อปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๕ สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยหาได้มีข้อตกลงที่จำเลยจะปรับครูผู้ลาออกระหว่างปีการศึกษา และต้องให้มีผู้ค้ำประกันด้วยไม่การที่จำเลยเพิ่มเงื่อนไขในการจ้างสอนประการนั้นขึ้นใหม่ มิฉะนั้นครูจะต้องลาออกเงื่อนไขสองประการนั้นเป็นประโยชน์ของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว อันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงานโดยแท้ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ลาออกเพราะหาผู้ค้ำประกันไม่ได้เป็นการลาออกด้วยความสมัครใจของโจทก์เองนั้น เห็นว่า ตามบันทึกที่จำเลยสอบถามความประสงค์ของโจทก์ ความในวรรคแรกจำเลยปรารภถึงเหตุที่ครูลาออกในระหว่างปีการศึกษาอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ความในวรรคที่สองจำเลยสอบถามความประสงค์ของโจทก์ว่าประสงค์จะทำการสอนในโรงเรียนของจำเลยในปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๖ หรือไม่ โดยให้โจทก์ตอบด้วยการทำเครื่องหมายหัวข้อในท่อนล่างของบันทึกดังกล่าว และกำหนดเวลาให้โจทก์ตอบ หากไม่ตอบภายในกำหนดจำเลยจะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะทำการสอนต่อไปและลาออก เช่นนี้เมื่อโจทก์ทำเครื่องหมายในหัวข้อลาออก ทั้ง ๆ ที่หากโจทก์ไม่ตอบ และจำเลยถือเอาเองว่า โจทก์ลาออก ย่อมเป็นการเลิกจ้าง นอกจากนี้โจทก์ยังยืนยันขอลาออกอีกโดยหนังสืออีกฉบับหนึ่งโดยอ้างเหตุผลว่าไม่สามารถทำสัญญาค้ำประกันได้ จึงเห็นได้ว่า เมื่อโจทก์ด่วนแสดงเจตนาขอลาออกเสียเอง ย่อมถือว่าโจทก์ลาออกด้วยความสมัครใจหามีสิทธิเรียกค่าชดเชยจากจำเลยไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2527 นางเปรมใจ อัมพาผล โจทก์ นายดิษฐ์ ลินพิศาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเปรมใจ อัมพาผล · จำเลย - นายดิษฐ์ ลินพิศาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 16023-16031/2553ฎีกา 3371/2527ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 768/2533ฎีกา 613/2529ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 2599/2541ฎีกา 1873/2530ฎีกา 4800/2534ฎีกา 7337/2549ฎีกา 1810/2566ฎีกา 2572/2541ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 4921/2532ฎีกา 271/2525ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3539/2536ฎีกา 2/2543ฎีกา 5200/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา