⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1192-1193/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192-1193/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลที่มิใช่คำพิพากษาต้องทำโดยทำคำร้องคัดค้านคำสั่งนั้น และหากศาลมีคำสั่งตามคำร้องคัดค้านแล้ว ผู้ทำคำร้องคัดค้านจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นใหม่ไม่ถูกต้องขอให้ถือตามประเด็นที่กำหนดไว้เดิม หากศาลไม่อนุญาตก็ขอถือเอาคำร้องเป็นคำโต้แย้งคำสั่งศาลเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ต่อไป เมื่อศาลสั่งยกคำร้อง จำเลยหาได้โต้แย้งคำสั่งในเรื่องนี้อีกแต่อย่างใดไม่ ดังนี้ จะถือเอาคำร้องของจำเลยเป็นคำโต้แย้งไม่ได้จำเลยจะอุทธรณ์ในปัญหานี้อีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องนี้ให้จำเลยจึงเป็นการไม่ชอบแม้จำเลยจะฎีกาต่อมาศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ชั้นชี้สองสถานเดิม ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ต่อมามีคำสั่งยกเลิกการชี้สองสถานเดิม และกำหนดประเด็นข้อพิพาทใหม่ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นถือประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้เดิม หากศาลไม่อนุญาตก็ขอให้ถือคำร้องนี้เป็นการโต้แย้งคำสั่งศาลเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ต่อไป ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และดำเนินการสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถว ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนทั้งสองเรื่อง จำเลยฎีกาเป็นสองเรื่อง ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับฎีกาของจำเลยเรื่องแรกที่ขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นที่จะต้องนำสืบตามที่กำหนดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 31 มีนาคม 2524 นั้น เห็นว่า จำเลยเพียงแต่ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2524 ว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลที่กำหนดประเด็นใหม่เหลือเพียงสองประเด็น ขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดประเด็นตามรายงานกระบวนพิจารณาวันชี้สองสถานวันที่ 31 มีนาคม 2524 โดยมีข้อความต่อท้ายว่า หากศาลไม่อนุญาต จำเลยขอถือเอาคำร้องนี้เป็นคำโต้แย้งคำสั่งศาลเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ต่อไป และเมื่อศาลมีคำสั่งในวันที่ 24 มิถุนายน 2524 ว่า "ศาลตั้งประเด็นไว้ถูกต้องแล้วไม่มีเหตุจะแก้ไขใหม่อีก ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ" จำเลยก็หาได้โต้แย้งคำสั่งศาลในเรื่องนี้อีกแต่อย่างใดไม่ ฉะนั้น จะถือเอาคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2524 เป็นคำโต้แย้งไม่ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 819/2501 คดีระหว่างนายนรินทร์ ปูตะวนัช โจทก์ นางกมล วรรณอาภาจำเลย เมื่อเป็นดังนี้จำเลยจึงอุทธรณ์ในปัญหานี้ไม่ได้ เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องนี้ให้จำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ แม้จำเลยจะฎีกาต่อมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาของจำเลยอีกเรื่องหนึ่งที่จำเลยฎีกาว่านายประจวบ โพธิ ไม่ได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีและค่าเสียหายสูงเกินสมควรนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิที่จะฎีกาได้หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องเพียงเดือนละ 60 บาท แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายโดยกล่าวว่า โจทก์อาจให้เช่าเดือนละ 7,000 บาท แต่ขอเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเดือนละ 5,000 บาทนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะออกจากตึกพิพาท โดยโจทก์มิได้เรียกร้องค่าเสียหายนี้มาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่น หากแต่เรียกร้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ เมื่อจำเลยไม่ได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่าจำเลยจึงอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224, 248 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยเช่นเดียวกัน สำหรับฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งที่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิมเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 มาตรา 12 นั้น แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นไว้เช่นเดียวกัน จึงไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งสองเรื่อง ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192 - 1193/2527 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นายประวิตร ตปนียางกูร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายประวิตร ตปนียางกูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531ฎีกา 2293/2519ฎีกา 6374/2550ฎีกา 2411/2529ฎีกา 1394/2521ฎีกา 2947/2522ฎีกา 2936-2938/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา