คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 130/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการเมาสุราจนไม่รู้เรื่องและมีบาดแผลเพียงเล็กน้อย ไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า
การเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 33 (2) จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยเคยต้องโทษจำคุกในคดีมาก่อน และพ้นโทษมายังไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ โดยไม่คำนึงถึงว่าความผิดนั้นจะถูกลบล้างตามกฎหมายอื่นหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
ขณะเกิดเหตุจำเลยเมาสุราจนไม่รู้เรื่อง แม้จะไล่แทงผู้เสียหายหลายครั้งแต่แทงไม่ค่อยถูก เมื่อผู้เสียหายล้มลงและมีเสียงคนเรียกให้ช่วย จำเลยก็ผละไปไม่ได้ซ้ำเติมผู้เสียหาย บาดแผลที่ถูกแทงเป็นเพียงบาดแผลตื้นๆรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง 1 วันแพทย์ก็ให้ออกมารักษาข้างนอก อาวุธมีดที่ใช้มีลักษณะเป็นมีดปอกผลไม้ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า
จำเลยพ้นโทษจากการกระทำผิดในคดีก่อน ก่อนวันที่ 6 เมษายน 2525 ซึ่งพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2526 ให้ถือว่ามิได้ถูกลงโทษในความผิดนั้นๆ จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายสมมาตร์หลายครั้งโดยมีเจตนาฆ่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกฐานความผิดทำร้ายร่างกายผู้อื่นพ้นโทษมาไม่เกิน๕ ปี ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๒
จำเลยให้การว่ามิได้มีเจตนาฆ่า แต่รับข้อเคยต้องโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ และเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๒ หนึ่งในสาม
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ เพิ่มโทษหนึ่งในสาม
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและนายสมมาตร์ผู้เสียหายเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนจำเลยเป็นคนดื่มสุราแล้วสติไม่ดี วันเกิดเหตุจำเลยเมาสุราจนไม่รู้เรื่อง จำเลยไล่แทงผู้เสียหายหลายครั้ง แต่แทงไม่ค่อยถูก บาดแผลที่แทงถูกก็เป็นบาดแผลตื้น ๆผู้เสียหายรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง ๑ วัน แพทย์ก็ให้ออกมารักษาข้างนอกและรักษาประมาณ ๒๐ วันก็หายเป็นปกติ อาวุธมีดที่ใช้มีลักษณะเป็นมีดปอกผลไม้ เมื่อผู้เสียหายล้มลงและน้องสาวจำเลยร้องให้คนช่วยผู้เสียหาย จำเลยก็ผละไปไม่ได้ซ้ำเติม ตามพฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่น่าเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายและสำหรับในข้อเพิ่มโทษจำเลยนั้น ปรากฏว่าตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ บัญญัติให้ถือว่ามิได้เคยถูกลงโทษในความผิดนั้น ๆ ฉะนั้นจึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 130/2527
พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์
นายประยูร โดดเดี่ยว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตาก · จำเลย - นายประยูร โดดเดี่ยว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตาก - นายศิริ จามรมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา