คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร่วมกระทำผิดย่อมยุติลงเมื่อผู้ร่วมกระทำผิดคนหนึ่งได้พยายามห้ามปรามการกระทำที่เกินกว่าเหตุของพวกที่ยังคงกระทำผิดต่อไป และการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้นมิใช่การกระทำของผู้ที่พยายามห้ามปราม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเรื่องทะเลาะวิวาทและชกต่อยกับผู้ตาย จำเลยสู้ไม่ได้จึงไปเรียกส. และ ข. พวกของจำเลยมาช่วย ส. กับ ข. มารุมชกต่อยจนผู้ตายสู้ไม่ได้และร้องว่ายอมแพ้ แต่ ส.กับ ข. ได้ใช้ไม้ตีผู้ตายอีก จำเลยเห็นว่าทำรุนแรงเกินไปจึงเข้าห้ามปราม ส. กับ ข. ไม่ยอมหยุด บอกว่าจะเอาให้ตาย ผู้ตายวิ่งหนี ส. กับ ข. วิ่งไล่ตามไปและใช้ไม้ตีผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ดังนี้ การร่วมกระทำผิดของจำเลยย่อมยุติลง เมื่อจำเลยเข้าห้ามปราม การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจึงมิใช่เป็นการกระทำของจำเลย การที่จำเลยพาพวกมาทำร้ายผู้ตาย หาเป็นผลให้ถือว่าการทำร้ายของพวกจำเลยเป็นการทำร้ายของจำเลยด้วยตลอดไปไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คน ร่วมกันใช้ไม้ท่อนเป็นอาวุธตีทำร้ายนายเกรียงไกร โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายเกรียงไกรถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทและชกต่อยกับจำเลยจำเลยสู้ไม่ได้จึงไปเรียกนาย ส. และนาย ข. เพื่อนของจำเลยให้มาช่วย นาย ส.กับนาย ข. มารุมชกต่อยจนผู้ตายร้องว่ายอมแพ้ นาย ส. กับนาย ข. ยังไม่หยุดได้ใช้ไม้ตีผู้ตาย จำเลยเห็นว่าทำรุนแรงเกินไปจึงเข้าห้ามปราม แต่นาย ส. กับนาย ข.ไม่ยอมฟังเสียงจำเลย บอกว่าจะเอาให้ตาย เมื่อผู้ตายวิ่งหนีไปแล้ว นาย ส. กับนาย ข.ยังวิ่งไล่ตามไปและใช้ไม้ตีผู้ตายจนถึงแก่ความตาย แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเรียกนาย ส. กับนาย ข. มาเพื่อชกต่อยกับผู้ตายนาย ส. กับนาย ข. ได้รุมชกต่อยจนผู้ตายยอมแพ้แล้ว เมื่อนาย ส. กับนาย ข. ใช้ไม้ตีผู้ตายอีกจำเลยเห็นว่ารุนแรงเกินไปจึงเข้าห้ามปราม ดังนี้ การร่วมกระทำผิดของจำเลยย่อมยุติลงเพียงนั้น การที่นาย ส. กับนาย ข. ใช้ไม้ตีผู้ตายอีกและวิ่งไล่ตามออกไปตีผู้ตายจนผู้ตายถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำของนาย ส. กับนาย ข. โดยลำพัง ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยด้วย การที่จำเลยเป็นผู้พาพวกมาทำร้ายผู้ตาย หาเป็นผลให้ถือว่าการทำร้ายของพวกจำเลยเป็นการทำร้ายของจำเลยด้วยตลอดไปไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2527
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
นายอรุณ มณีพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นายอรุณ มณีพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายสถิตย์ ทาวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา