⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1957/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รัฐวิสาหกิจอาจมีระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จของตนเองได้ และหากระเบียบหรือข้อบังคับนั้นแตกต่างจากหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินบำเหน็จที่จ่ายไปก็ไม่ถือว่ามีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วย

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างฯเป็น ระเบียบของคณะรัฐมนตรีให้ใช้แก่ลูกจ้างทั่วไปแต่ก็ มิได้หมายความว่ารัฐวิสาหกิจจะมีระเบียบเรื่องนี้ของตนเองโดยเฉพาะไม่ได้แม้เดิมจำเลยจะใช้ระเบียบดังกล่าวซึ่งการจ่ายเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้มีค่าชดเชยรวมอยู่ ด้วยก็ตามแต่เมื่อขณะโจทก์ออกจากงานจำเลยได้ออก ข้อบังคับองค์การจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จมาใช้บังคับถือได้ว่าจำเลยมิได้นำระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จฯมาใช้ บังคับอีกต่อไปทั้งข้อบังคับของจำเลยก็มิได้มีข้อความดังระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จฯและหลักเกณฑ์การ จ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยก็แตกต่างกับหลักเกณฑ์ การจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานจึงถือไม่ได้ว่าบำเหน็จที่จำเลย จ่ายให้โจทก์มีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุ โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยตอบปฏิเสธแรงงานจังหวัด คือ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ จนถึงวันที่ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด จำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ จำเลยได้จ่ายเงินแก่โจทก์โดยแยกเป็นค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ ทั้งนี้ตามคำสั่งองค์การจำเลย เรื่อง การจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม๒๕๐๓ ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๒ ข้อ ๔, ๕ ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ การที่โจทก์ต้องออกจากงานเพราะเกษียณอายุเป็นการออกตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ และถือได้ว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจกายน ๒๕๒๖ จนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๔๖ และถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอน ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๐๓เป็นระเบียบของคณะรัฐมนตรีซึ่งให้ใช้แก่ลูกจ้างทั่วไป แต่ก็มิได้ความหมายว่ารัฐวิสาหกิจจะมีระเบียบดังกล่าวของตนเองโดยเฉพาะไม่ได้ การที่จำเลยได้มีคำสั่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ ๗/๒๕๐๓ เรื่อง การจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญให้นำระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จฯ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเป็นการว่าขณะที่จำเลยยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จฯของจำเลยโดยเฉพาะก็ให้นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญพ.ศ. ๒๕๐๒ มาใช้บังคับไปก่อน ซึ่งระเบียบดังกล่าวนี้ในข้อ ๕ วรรคสุดท้ายมีข้อความว่า "ในกรณีที่ลูกจ้างประจำผู้ใดมีสิทธิได้รับทั้งเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกำหนดเวลาทำงาน วันหยุดของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้างอยู่แล้ว ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ แต่ถ้าเงินชดเชยนั้นมีจำนวนต่ำกว่าเงินบำเหน็จที่พึงจะได้รับตามระเบียบนี้เท่าใด ก็ให้จ่ายเงินบำเหน็จให้เท่ากับส่วนที่ต่ำกว่านั้น" ถ้าการจ่ายเงินของจำเลยเป็นไปตามระเบียบดังกล่าวย่อมถือว่าจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ด้วย แต่ปรากฏว่าต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ จำเลยได้ออกข้อบังคับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ฯ ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จฯ มาใช้บังคับเท่ากับจำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จของจำเลยโดยเฉพาะแล้วและถือได้ว่ามิได้นำระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างพ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งเป็นระเบียบการจ่ายเงินประเภทเดียวกันมาใช้บังคับอีกต่อไป ตามข้อบังคับจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จฯ นี้มิได้มีข้อความดังระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จฯ ข้อ ๕ ไว้เลยในขณะโจทก์เกษียณอายุเป็นระยะเวลาที่ใช้บังคับของจำเลย จึงต้องถือว่าเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นการจ่ายตามข้อบังคับนี้และเงินบำเหน็จเท่านั้น นอกจากนี้หลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยเป็นแตกต่างกับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานจึงถือไม่ได้ว่าเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์ไปแล้วมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2527 นายผ่อง มีผล โจทก์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผ่อง มีผล · จำเลย - องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5024/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 336/2525ฎีกา 2462/2533ฎีกา 3434/2524ฎีกา 1969/2528ฎีกา 141-142/2528ฎีกา 2628/2527ฎีกา 3346-3348/2526ฎีกา 131/2523ฎีกา 1799/2523ฎีกา 3285-3289/2524ฎีกา 2562/2527ฎีกา 2791/2527ฎีกา 185/2525ฎีกา 3999/2528ฎีกา 1442/2519ฎีกา 2331/2528ฎีกา 2515/2520ฎีกา 2379/2520ฎีกา 2190/2528ฎีกา 668/2524ฎีกา 814-815/2525ฎีกา 186-190/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา