⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2562/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุทะเลาะวิวาทหรือประทุษร้ายต่อพนักงานอื่นซึ่งไม่ร้ายแรงตามกฎหมาย นายจ้างต้องตักเตือนเป็นหนังสือเสียก่อน หากไม่ตักเตือนและเลิกจ้างทันที ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง.

ย่อคำพิพากษา

ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 11, 28 ห้ามทะเลาะวิวาทหรือประทุษร้ายต่อพนักงานด้วยกันในระหว่างปฏิบัติงานหรือนอกเวลาปฏิบัติงานในบริเวณโรงแรมของจำเลย ถ้าลูกจ้างฝ่าฝืนมีโทษถึงปลดออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย การที่โจทก์ทะเลาะตบตีกับพนักงานอื่นซึ่งเป็นหญิงด้วยกัน ไม่ปรากฏว่าบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) จำเลยผู้เป็นนายจ้างต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน ต่อเมื่อโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างกระทำผิดซ้ำอีกจึงจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย คดีนี้จำเลยรับแล้วว่ามิได้ตักเตือน โจทก์เป็นหนังสือเมื่อเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชย เมื่อจำเลยมีหนังสือแจ้งปลดโจทก์ออกจากงานนั้น อ้างเหตุเลิกจ้างเพียงว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับกรณีทะเลาะวิวาทประทุษร้ายพนักงานอื่นเท่านั้น เห็นได้ว่าจำเลยไม่ติดใจหยิบยกสาเหตุที่โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบมาเป็นสาเหตุการผิดวินัยหรือเป็นเหตุแห่งการลงโทษอีกต่อไป เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแล้ว จำเลยจะยกเหตุที่โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ทำหน้าที่พนักงานทำความสะอาด ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เรื่องวินัยพนักงาน กรณีทะเลาะวิวาทประทุษร้ายพนักงานด้วยกันในระหว่างปฏิบัติงาน โดยมิได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือก่อน การทะเลาะวิวาทมิใช่กรณีร้ายแรง ทั้งโจทก์มิได้สมัครใจทะเลาะวิวาท หากแต่ป้องกันตนเพราะถูกข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม ขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างชำระ ค่าจ้างหรือค่าเสียหายสำหรับเวลาพักที่ขาดไป พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยมิได้มีการตักเตือนเป็นหนังสือก่อนจริง โจทก์เล่นการพนันเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ รับแทงสลากกินรวบจากนางจารุวรรณพนักงานของจำเลยแล้วโจทก์ไม่จ่ายสินพนัน เมื่อนางจารุวรรณทวงเงินจึงเกิดตบตีทะเลาะวิวาทกันในโรงแรมของจำเลยต่อหน้าแขกผู้มาพัก เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ ๑๑.๒๘ ห้ามทะเลาะวิวาทหรือประทุษร้ายต่อพนักงานด้วยกันในระหว่างปฏิบัติงานหรือเวลาปฏิบัติงานในบริเวณโรงแรม ข้อ ๑๑.๓๐ห้ามเล่นการพนันในบริเวณโรงแรม กำหนดโทษทางวินัยสำหรับความผิดทั้งสองกรณีดังกล่าวคือปลดออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย โจทก์ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงาน จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องเตือนเป็นหนังสือก่อนและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่มีค่าจ้างชำระและโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายที่อ้างว่าขาดเวลาพัก ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกัน และโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าจ้างค้างชำระและค่าจ้างหรือค่าเสียหายสำหรับเวลาพกที่ขาดไป ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เพียงทะเลาะวิวาทกันเฉย ๆ เท่านี้จะถือเป็นกรณีร้ายแรงหาได้ไม่ จำเลยต้องตักเตือนเป็นหนังสือ เมื่อจำเลยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือ การเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชย แต่โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอันถือเป็นคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายจำเลยจึงมีสิทธเลิกจ้างได้โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล้วงหน้า พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำมีกรณีใดบ้างที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประกาศดังกล่าว ข้อ ๔๗(๓) กำหนดว่า นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างเพราะเหตุลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องตักเตือน เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นหญิงทะเลาะตบตีกับพนักงานอื่นซึ่งเป็นหญิงไม่ปรากฏในสำนวนว่าบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอย่างร้ายแรง เมื่อโจทก์มิได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ ๔๗(๓) จำเลยต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน ต่อเมื่อโจทก์กระทำผิดซ้ำอีกจึงจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยคดีนี้จำเลยรับแล้วว่ามิได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือ เมื่อเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบในบริเวณโรงแรมและฉ้อโกงเงินอันเป็นสินพนันเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลย ข้อ ๑๑.๓๐ จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น พิจารณาแล้วจำเลยได้ให้การไว้ว่า โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบในบริเวณโรงแรมจริง แต่เมื่อจำเลยมีหนังสือปลดโจทก์ออกจากงานนั้น อ้างเหตุเลิกจ้างเพียงว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๑๑.๒๘ กรณีทะเลาะวิวาทประทุษร้ายพนักงานอื่นเท่านั้น เห็นได้ว่าจำเลยไม่ติดใจหยิบยกสาเหตุที่โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบมาเป็นสาเหตุการผิดวินัยหรือเป็นเหตุแห่งการลงโทษอีกต่อไป เวลาล่วงมาจนโจทก์ฟ้องคดีแล้วจำเลยจะกลับยกเหตุที่โจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยหาชอบไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2527 นางรัชนี บุญขัน โจทก์ บริษัทเฟิสท์โฮเต็ล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัชนี บุญขัน · จำเลย - บริษัทเฟิสท์โฮเต็ล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรา ไวยหงษ์ · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอร่าม หุตางกูร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5024/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 336/2525ฎีกา 2462/2533ฎีกา 3434/2524ฎีกา 1969/2528ฎีกา 141-142/2528ฎีกา 2628/2527ฎีกา 3346-3348/2526ฎีกา 1957/2527ฎีกา 131/2523ฎีกา 1799/2523ฎีกา 3285-3289/2524ฎีกา 2791/2527ฎีกา 185/2525ฎีกา 3999/2528ฎีกา 1442/2519ฎีกา 2331/2528ฎีกา 2515/2520ฎีกา 2379/2520ฎีกา 2190/2528ฎีกา 668/2524ฎีกา 814-815/2525ฎีกา 186-190/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา