คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2222/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์อ้างกฎหมายผิดพลาด แต่กฎหมายที่ถูกต้องมีอยู่จริง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ถูกต้องได้
การที่ศาลลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิดโดยไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ในคำพิพากษา แต่โจทก์ได้อ้างบทกฎหมายดังกล่าวไว้ในคำฟ้องแล้ว ไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
ย่อคำพิพากษา
บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อันเป็นกฎหมายที่ถูกต้องแต่ระบุขอไว้ท้ายฟ้องเป็นพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2525 ไม่ตรงกับคำบรรยายถึงกฎหมายที่อ้างอิงไว้ในคำฟ้องและพระราชบัญญัติยาเสพติดตาม พ.ศ.ที่โจทก์ขอให้ลงโทษก็ไม่มีเป็นการผิดพลาดไป ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์อ้างกฎหมายผิด ศาลล่างทั้งสองมีอำนาจลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อันเป็นกฎหมายที่ถูกต้องได้กรณีไม่เป็นการอ้างกฎหมายที่ไม่มีอยู่จริงมาใช้บังคับ
ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันกระทำผิดโดยมิได้กล่าวอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นั้น ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องและอ้างบทกฎหมายมาตรานี้ท้ายฟ้อง แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันแล้ว แม้ศาลล่างทั้งสองจะไม่ได้กล่าวอ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 มาในคำพิพากษา ก็ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกอีก ๑ คน ร่วมกันมีกัญชาแห้งไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๒๖, ๗๖, ๑๐๐, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖, ๗๖, ๑๐๒ ให้จำคุกคนละ ๖ เดือนลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ๔ เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายที่ถูกต้อง แต่ที่โจทก์ระบุขอไว้ท้ายฟ้องเป็นพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๕ ไม่ตรงกับคำบรรยายถึงกฎหมายที่อ้างอิงไว้ในคำฟ้อง และพระราชบัญญัติยาเสพติดตาม พ.ศ. ที่โจทก์ขอให้ลงโทษก็ไม่มีเป็นการผิดพลาดไปข้อผิดพลาดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์อ้างกฎหมายผิด ศาลล่างทั้งสองมีอำนาจลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายที่ถูกต้องได้ และกรณีดังกล่าวไม่เป็นกรณีอ้างบทกฎหมายที่ไม่มีอยู่จริงมาใช้บังคับแต่อย่างใด ส่วนข้อที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันำกระทำผิดคดีนี้โดยมิได้กล่าวถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓นั้น ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องและอ้างบทกฎหมายมาตรานี้ท้ายฟ้อง แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันแล้ว การที่ศาลล่างทั้งสองไม่กล่าวถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาในคำพิพากษาจึงไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2222/2527
พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์
นายวารินทร์ ผลสมบูรณ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายวารินทร์ ผลสมบูรณ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา