คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่กระทำการเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานมิให้ปฏิบัติการตามหน้าที่ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 144 แม้เจ้าพนักงานจะยังมิได้แสดงตนหรือแสดงความประสงค์ที่จะเข้าทำการตรวจค้นหรือจับกุมก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จ่าสิบตำรวจป.รับราชการเป็นตำรวจซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ย่อมเป็นเจ้าพนักงานแม้ขณะเกิดเหตุจะถูกส่งตัวไปช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีตำแหน่งหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากหมัน มีหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้านและตำบลป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์และก่อการร้ายก็เป็นเพียงหน้าที่เฉพาะตามคำสั่งแต่งตั้งของทางราชการ แต่โดยทั่วไปจ่าสิบตำรวจป.ยังมีอำนาจสืบสวนคดีอาญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 17 การที่ จ่าสิบตำรวจป.มายังที่เกิดเหตุเพื่อจะจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครอง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายเมื่อจำเลยได้ให้เงินจำนวนหนึ่งแก่จ่าสิบตำรวจป.เพื่อจูงใจมิให้จับกุมจำเลยกับพวกในข้อหามีกัญชาไว้ในความครอบครองการกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144. แม้จ่าสิบตำรวจป.ยังมิได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน หรือแสดงความประสงค์ที่จะเข้าทำการตรวจค้นหรือจับกุมจำเลยกับพวก หรือมิได้แต่งเครื่องแบบก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จ่าสิบตำรวจประสงค์ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอด่านซ้ายจับกุมจำเลยกับพวกในข้อหาความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง จำเลยให้เงินไม่ทราบจำนวนแน่ชัดแก่จ่าสิบตำรวจประสงค์ เพื่อจูงใจมิให้จับกุมจำเลยกับพวกอันเป็นการมิชอบด้วยหน้าที่ จ่าสิบตำรวจประสงค์ไม่ยอมรับเงิน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๔
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๔ ให้จำคุก ๓ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จ่าสิบตำรวจประสงค์ รับราชการเป็นตำรวจซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ย่อมเป็นเจ้าพนักงาน แม้ขณะเกิดเหตุจะถูกส่งตัวไปช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีตำแหน่งหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากหมัน มีหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้านและตำบล ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ แต่โดยทั่วไปจ่าสิบตำรวจประสงค์ยังมีอำนาจสืบสวนคดีอาญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗ การที่จ่าสิบตำรวจประสงค์มายังที่เกิดเหตุเพื่อจะจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เมื่อจำเลยได้ให้เงินจำนวนหนึ่งแก่จ่าสิบตำรวจประสงค์เพื่อจูงใจมิให้จับกุมจำเลยกับพวกในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครอง การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๔ แม้จ่าสิบตำรวจประสงค์จะยังมิได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน หรือแสดงความประสงค์ที่จะเข้าทำการตรวจค้นหรือจับกุมจำเลยกับพวก หรือมิได้แต่งเครื่องแบบก็หาทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2527
พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์
นายวารินทร์ ผลสมบูรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายวารินทร์ ผลสมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา