⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 649-650/2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649-650/2486

ย่อคำพิพากษา

ตำหรวดมีหน้าที่เสาะหรือสืบสวนความผิดอาญาตามวิธีพิจารนาความอาญา ปลัดอำเพอพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุมกลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิด ไม่ผิดตามมาตรา 142 เพราะการสอบสวนนั้นทางกะซวงมหาดไทยได้กำหนดหน้าที่ไห้แก่ตำหรวดโดยฉเพาะ พลตำหรวด+ไปพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุม กลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิดดังนี้ เปนผิดตามมาตรา 136 และ 142 สารวัตสึกสาไม่มีอำนาดหน้าที่สืบเสาะไต่สวนคดีดังที่บัญญัติไว้ไนวิธีพิจารนาความอาญา ม. 17,18

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.70 กฎหมายลักษณะอาญา ม.71 กฎหมายลักษณะอาญา ม.136 กฎหมายลักษณะอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.70 ประมวลกฎหมายอาญา ม.71 ประมวลกฎหมายอาญา ม.136 ประมวลกฎหมายอาญา ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็ดจิงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเปนปลัดอำเพอจำเลยที่ ๒ เปนสารวัตสึกสา จำเลยที่ ๓ เปนตำหรวดประจำกิ่งอำเพอเจียรดับ ได้รับคำสั่งไห้มีหน้าที่ไปทำการสำหรวดจดทเบียนและทำตั๋วรูปพรรนสัตว์พาหนะตามตำบน จำเลยได้พบเข้าของกะบือที่ไม่ขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรนเปนความผิด ได้บังอาดไช้อำนาดไนตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์อันมิควนได้ บังคับไห้เจ้าของกะบือเสียค่าปรับโดยขู่ว่าถ้าไม่เสียจะ+กะบือส่งชายแดน เจ้าของกะบือมีความกลัวจึงมอบเงินไห้จำเลย สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาว่านายถวินจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๓๖ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๓ ไห้จำคุก ๘ เดือน และไห้ปล่อยนายสุพจน์และนายละออง โจทและนายถวินจำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่านายละอองจำเลยที่ ๓ มีความผิดตามมาตรา ๑๔๒ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ไห้จำคุก ๖ เดือน ความอื่นนอกนั้นคงยืนตาม โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยที่ ๑ ++ ส่วนจำเลยที่ ๓ ดีกาไห้ยกฟ้อง สาลดีกาเห็นพ้องด้วยสาลอุธรน์จำเลยที่ ๓ เปนตำหรวดไปตรวดห้องที่มีหน้าที่สืบสวนตามวิธิพิจารนาความอาญา ม. ๑๗ เมื่อจำเลยไม่ปติบัติการตามหน้าที่กลับสทคบจำเลยอื่นและเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้กะทำผิดมิไห้ต้องรับอาญา สาลดีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๓ นอกจากจะมีผิดตามม. ๑๔๒ ยังมีผิดตาม ม. ๑๓๖ ด้วย จึงไห้ลงโทสจำเลยที่ ๓ ตาม ม. ๑๓๖ ซึ่งเปนบทหนักส่วนจำเลยที่ ๑ คงผิดตาม ม. ๑๓๖ และไม่ผิดตาม ม. ๑๔๒ ด้วยเพราะการสอบสวนทางราชการได้กำหนดหน้าที่ไห้แก่ตำหรวดโดยฉเพาะ คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนสารวัตสึกสาไม่มีอำนาดสืบเสาะไต่สวนคดีและการกะทำที่โจทกล่าวหามิไช่เปนการไช้อำนาดไนตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย จึงฟังลงโทสจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ พิพากสาแก้ว่าจำเลยที่ ๓ มีผิดตาม ม. ๑๓๖,๑๔๒ ไห้จำคุกจำเลยที่ ๓ หนึ่งปี นอกจากที่แก้นี้ไห้ยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649 - 650/2486 อัยการมีนบุรี โจทก์ นายถวิน แก้วคำ นายสุพจน์ สุวินัย นายละออง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการมีนบุรี · จำเลย - นายถวิน แก้วคำ นายสุพจน์ สุวินัย นายละออง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · คง อิสรภักดี · ประมูล สุวรรณศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสิริ ปทุมรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร สุนทโรทัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1351/2506ฎีกา 5182/2559ฎีกา 347/2519ฎีกา 300/2501ฎีกา 264/2499ฎีกา 106/2506ฎีกา 1109/2466ฎีกา 207/2528ฎีกา 995/2499ฎีกา 759/2496ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1728/2506ฎีกา 213/2487ฎีกา 620/2490ฎีกา 222/2468ฎีกา 202/2481ฎีกา 1915/2529ฎีกา 912/2498ฎีกา 1588/2492ฎีกา 2256/2537ฎีกา 9239/2547ฎีกา 51/2502ฎีกา 6344/2531ฎีกา 581/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา