⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4212/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4212/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบเงินแก่จำเลยอันสืบเนื่องมาจากการหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มิใช่การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วมอบเงินเพื่อให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน จึงไม่ถือว่าเป็นการร่วมกันนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ผู้เสียหายย่อมมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้

ย่อคำพิพากษา

ส. และสามีมิได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และทางราชการมิได้ยึดทรัพย์สินของ ส. การที่ ส. มอบเงิน 305,000 บาท แก่จำเลยสืบเนื่องมาจากการหลอกลวงของจำเลยด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มิใช่ ส. หรือสามีกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแล้ว ส. มอบเงินแก่จำเลยเพื่อให้สินบนแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้ ส. หรือสามีพ้นจากความผิด จึงถือไม่ได้ว่า ส. ได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ส. ย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิที่จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายอาญา ม.144 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 305,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 305,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า นางสวนิต ประเสริฐเพ็ญกุล เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า นางสวนิตสงสัยว่า สามีของตนติดพันหญิงอื่น จึงนำเรื่องปรึกษาจำเลย จำเลยยืนยันว่าสามีของนางสวนิตมีความสัมพันธ์กับนางมุกดาซึ่งมีสามีเป็นคนญี่ปุ่น สามีนางมุกดาเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เจ้าพนักงานตำรวจกำลังสืบหาที่อยู่ของนางมุกดาเพื่อยึดทรัพย์สิน และจะตรวจยึดทรัพย์สินของนางสวนิตด้วย หากนางสวนิตไม่ต้องการถูกยึดทรัพย์สิน นางสวนิตต้องนำเงินไปให้พันตำรวจตรีมานพ เสนากูล เพื่อนของจำเลยเพื่อฆ่าสามีนางสวนิต โดยต้องจ่ายค่าจ้างเป็นเงิน 50,000 บาท หรือมอบเงิน 300,000 บาท ผ่านจำเลยให้แก่พันตำรวจตรีมานพเพื่อมอบแก่นายกรัฐมนตรีพันตำรวจโททักษิณ เพื่อช่วยเหลือสามีของตนออกจากกระบวนการค้ายาเสพติด นางสวนิตหลงเชื่อมอบเงิน 305,000 บาท (เป็นค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน 5,000 บาท) แก่จำเลย ความจริงไม่มีข้อเท็จจริงตามที่จำเลยอ้างเกิดขึ้นจริง หากแต่จำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงนางสวนิตด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จมาแต่ต้น เห็นว่า นางสวนิตและสามีมิได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และทางราชการมิได้ยึดทรัพย์สินของนางสวนิต การที่นางสวนิตมอบเงิน 305,000 บาท แก่จำเลยสืบเนื่องมาจากการหลอกลวงของจำเลยด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มิใช่นางสวนิตหรือสามีกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแล้วนางสวนิตมอบเงินแก่จำเลยเพื่อให้สินบนแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้นางสวนิตหรือสามีพ้นจากความผิด จึงถือไม่ได้ว่านางสวนิตได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ นางสวนิตย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิที่จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4212/2550 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายสุดยอด ศรียานงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายสุดยอด ศรียานงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ