⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2395/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมฝากส่งจดหมายโดยไม่ดำเนินการตามระเบียบ ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลขอำเภอฝางและเป็นพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้รับเอาเงินค่าธรรมเนียมฝากส่งจดหมายแต่ละวันเป็นเวลา 7 วัน รวม 7 ครั้งไว้โดยมิได้ปิดตราไปรษณียากรที่ซองจดหมายหรือมิได้จ่ายตราไปรษณียากรให้ผู้ฝากปิดเองตามระเบียบ แล้วเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมและกักจดหมายดังกล่าวแต่ละวันไว้ เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยยักยอกเอาเงินดังกล่าวแต่ละครั้งแต่ละวันไปอันเป็นความผิดหลายกรรมรวม 7 กรรม เมื่อพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 มาตรา 15 บัญญัติให้พนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จะปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 หาได้ไม่ และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา147 แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 157 อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.163 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 ม.15 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลขอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้บังอาจกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ระหว่างวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๕ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจกระทำการยักยอกทรัพย์เบียดบังเอาเงินและทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลรักษารับผิดชอบของจำเลยไปเป็นประโยชน์ โดยจำเลยได้รับฝากไปรษณีย์ประเภทจดหมายลงทะเบียนจากผู้ฝากถึงผู้ส่ง พร้อมเรียกเงินค่าธรรมเนียมในการฝากส่งแล้วเก็บรักษาไว้ในความครอบครองตามหน้าที่ของจำเลย กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๕ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๘๙ บาท ๔๐ สตางค์ วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๑ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๑๙ บาท ๕๐ สตางค์ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๒๕รับฝากจดหมาย ๕ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๑๐๖ บาท ๙๐ สตางค์ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๒ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๓๔ บาท วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๖ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๑๓๘ บาท ๕๐ สตางค์ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๑ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๒๘ บาท ๕๐ สตางค์ วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๕ รับฝากจดหมาย ๒ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๕๗ บาท ๘๐ สตางค์รวมเป็นจดหมาย ๒๒ ฉบับ ค่าธรรมเนียม ๓๗๔ บาท ๖๐ สตางค์แล้วจำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวไปโดนทุจริต เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๕ เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยได้บังอาจกักจดหมายที่มีผู้ฝากส่งทางไปรษณีย์ดังกล่าวมาแล้ว ๓๒ ฉบับ เหตุเกิดที่ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๖๓, ๙๑ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๕๘ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา ๔, ๑๑ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน๓๗๔ บาท ๖๐ สตางค์ ให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ระหว่างสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงขอถอนคำให้การเดิม ขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๖๓, ๙๑ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๕๘พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๑ ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่ายงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ เรียงกระทงความผิดกระทงละ ๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวม ๗ กระทง จำคุก ๓๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒๓ ปี๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓๗๔ บาท ๖๐ สตางค์ แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียวและไม่สมควรที่จะรอการลงโทษ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๕ ปีจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้ ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยแต่ละกรรมรวม ๗ กรรม ตามฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงไว้ว่า จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมฝากส่งจดหมายแต่ละวันเป็นเวลา ๗ วัน รวม ๗ ครั้งไว้โดยมิได้ปิดตราไปรษณียากรที่ซองจดหมาย และการปิดตราไปรษณียากรดังกล่าวได้ความว่าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบคือจ่ายตราไปรษณียากรให้ผู้ฝากปิดเอง ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมการฝากส่งจดหมายแต่ละครั้งรวม ๗ ครั้ง ไว้โดยมิได้ปิดตราไปรษณียากร แล้วเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมและกักจดหมายดังกล่าวแต่ละวันไว้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยยักยอกเอาเงินดังกล่าวแต่ละครั้งแต่ละวันไปอันเป็นความผิดหลายกรรมรวม ๗ กรรม ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียวไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่จำเลยเป็นพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยซึ่งตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๕ บัญญัติให้พนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ จะปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ ดังที่ศาลล่าวทั้งสองพิพากษาหาได้ไม่และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๑๔๗ แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา ๑๕๗ อีก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๖๓, ๙๑ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๕๘ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ เรียงกระทงความผิดกระทงละ ๕ ปี รวม ๗ กระทง จำคุก ๓๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒๓ ปี๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2527 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง) โจทก์ นายวินิจ ปังพูนทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง) · จำเลย - นายวินิจ ปังพูนทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง) - นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี น้อมไสว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3330/2531ฎีกา 12/2543ฎีกา 9264/2557ฎีกา 833/2524ฎีกา 244/2535ฎีกา 1131/2549ฎีกา 1930/2531ฎีกา 2901/2547ฎีกา 2429/2567ฎีกา 1530/2523ฎีกา 445/2536ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 840/2550ฎีกา 108/2546ฎีกา 2831/2528ฎีกา 3773/2525ฎีกา 1788/2531ฎีกา 7030/2551ฎีกา 6591/2537ฎีกา 779/2541ฎีกา 1198/2519ฎีกา 1753/2498ฎีกา 4391/2565ฎีกา 1099/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา