คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2671/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างเพราะสุขภาพไม่สมบูรณ์หรือผลการปฏิบัติงานไม่ดี ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม หากเป็นไปตามข้อบังคับของนายจ้าง.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยมา 30 ปีแล้ว ผลการ ตรวจสุขภาพประจำปีแพทย์ลงความเห็นว่า โจทก์สุขภาพพอใช้ ซึ่งเท่ากับเป็นการชี้ว่าโจทก์มีอนามัยหรือสุขภาพไม่สมบูรณ์ สาเหตุหนึ่ง และจำเลยยังตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณาถึงสมรรถภาพการทำงานของโจทก์ คณะทำงานมีความเห็นว่า โจทก์ผลงานไม่ดีขึ้น ไม่เอาใจใส่ต่องาน และไม่ติดตามตรวจสอบผลงาน สามารถหาคนแทนได้ อีกสาเหตุหนึ่งด้วย อันเข้าหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับจำเลยที่จะให้โจทก์ออกจากงานฐานทำงานนานทั้งสองสาเหตุดังนี้ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ฐานทำงานนาน จึงไม่ใช่เป็นการ เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุทำงานนาน มีความรู้ความสามารถไม่พอดีกับตำแหน่งหน้าที่ อาจหาผู้อื่นแทนที่ดีกว่าได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ฐานทำงานนาน อันเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของข้อบังคับจำเลยทุกประการ จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้าโดยไม่เป็นธรรม ขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๒๐๑ ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน ฯ ข้อ ๙ ระบุว่า "เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยเห็นสมควรให้ผู้ใดออกจากงาน ให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้พนักงานผู้นั้นออกจากงานได้ในกระณีดังต่อไปนี้ ๙.๒ ฐานทำงานนาน คือ เมื่อพนักงานผู้ใดปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นเวลาสามสิบปีบริบูรณ์และเป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
๙.๒.๑ มีความรู้ความสามารถไม่พอดีกับตำแหน่งหน้าที่ เช่น ปฏิบัติงานเฉื่อยชา ล่าช้า หรือปฏิบัติงานผิดพลาดอยู่เสมอ หรือมีความรู้ความสามารถเสมอตัวไม่ดีไม่เลว แต่หาผู้อื่นแทนที่ดีกว่าได้ ๙.๒.๓ มีอนามัยหรือสุขภาพไม่สมบูรณ์"
ได้ความว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยซึ่งได้ปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นเวลา ๓๐ ปีบริบูรณ์แล้ว ผลการตรวจสุขภาพประจำปี แพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์สุขภาพพอใช้ การให้ความเห็นของแพทย์ดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ซึ่งได้จำแนกผู้ที่ได้รับการตรวจสุขภาพเป็น ๔ ประเภท คือ (๑) สภาพร่างกายดีมาก (๒) สภาพร่างกายดี (๓) สภาพร่างกายพอใช้ (๔) สภาพร่างกายไม่ดีโดยเฉพาะตามข้อ ๓ ที่ว่า สภาพร่างกายพอใช้นั้นได้กำหนดความหมายว่าร่างกายมีความพิการเล็กน้อย หรือมีโรคเรื้อรังแต่ไม่ร้ายแรง หรือสุขภาพไม่สมบูรณ์ การที่แพทย์ลงความเห็นในการตรวจโรคประจำปีของโจทก์ดังกล่าว เท่ากับเป็นการชี้แสดงว่าโจทก์มีอนามัยหรือสุขภาพไม่สมบูรณ์ตามความหมายในข้อบังคับจำเลย ฉบับที่ ๒๐๑ ข้อ ๙.๒.๓ นั่นเอง จำเลยจึงตั้งคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาถึงสมรรถภาพการทำงานของโจทก์อีกชั้นหนึ่งว่าสมควรให้ออกจากงานฐานทำงานมานานหรือไม่ คณะทำงานอันประกอบด้วยพนักงานระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของจำเลยได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า โจทก์ผลงานไม่ดีขึ้น ไม่เอาใจใส่ต่องาน และไม่ติดตามตรวจสอบผลงานสามารถหาคนแทนได้ อันเข้าหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับจำเลยข้อ ๙.๒.๑ที่จะให้โจทก์ออกจากงานฐานทำงานอีกเหตุหนึ่งด้วย ดังนั้น การที่โจทก์ออกจากงานด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2671/2527
นายดลใจ ไปลานนท์ โจทก์
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายดลใจ ไปลานนท์ · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายอร่าม หุตางกูร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา