คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3071/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกระทำที่ทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 359 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์แล้ว จะไม่ลงโทษซ้ำอีกตามมาตรา 358
2. การกระทำที่ทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 359 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์แล้ว จะไม่ลงโทษซ้ำอีกตามมาตรา 358
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทราบดีว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งครอบครองอยู่ก่อนโดยมี น.ส.3 เป็นหลักฐานเมื่อโจทก์ร่วมนำที่พิพาทไปจำนอง จำเลยก็รู้เห็นในการจำนองด้วย การที่จำเลยเข้าไปบุกรุกแผ้วถางที่พิพาท จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยเข้าใจผิดหรือขาดเจตนาแต่อย่างใด จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์
ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เมื่อจำเลยผิดตามมาตรา 359 แล้วก็ไม่จำต้องยก มาตรา 358 ขึ้นปรับบทลงโทษอีก
(อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3115/2516)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าไปในสวนยางพาราของนายชิตกับนางยุพินโดยเจตนาเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นแต่บางส่วน และจำเลยใช้มีดพร้าแผ้วถางตัดฟันต้นยางพาราของผู้เสียหายทั้งสอง อันเป็นการทำให้เสียหายซึ่งทรัพย์อันเป็นพืชผลของผู้มีอาชีพกสิกรรม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๕๙, ๓๖๒, ๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
นายชิตกับนางยุพินผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘, ๓๕๙ กระทงหนึ่ง และมีความผิดตามมาตรา ๓๖๒ อีกกระทงหนึ่งให้ลงโทษจำคุกทั้งสองกระทง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามรูปคดีจำเลยทราบดีว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ร่วมทั้งสอง โจทก์ร่วมครอบครองอยู่ก่อน โดยมี น.ส.๓ ซึ่งออกตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ เป็นหลักฐานเมื่อนายชิตโจทก์ร่วมได้นำที่พิพาทไปจำนองในปี ๒๕๒๒ จำเลยก็รู้เห็นในการจำนองด้วย การที่จำเลยเพิ่งเข้าไปบุกรุกแผ้วถางที่พิพาทเมื่อปี ๒๕๒๔จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยเข้าใจผิดหรือขาดเจตนาแต่อย่างใด คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างมานั้นเป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ชัดว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหาย รูปเรื่องจึงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ในความผิดทำให้เสียทรัพย์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๕๙ นั้นศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยผิดตามมาตรา ๓๕๙ แล้ว ก็ไม่จำต้องยกมาตรา ๓๕๘ ขึ้นปรับบทลงโทษอีก ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๑๑๕/๒๕๑๖
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙ นอกจากที่แก้นี้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3071/2527
พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายชิต นาคบำรุง กับพวก โจทก์ร่วม
นายสมนึก แสงสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · โจทก์ร่วม - นายชิต นาคบำรุง กับพวก · จำเลย - นายสมนึก แสงสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสภณ รัตนากร · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี - นายไมตรี ศรีอรุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา