⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3611/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมียาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือ 5 ไว้ในครอบครอง แม้ปริมาณน้อยกว่าสิบกิโลกรัม หากมีเจตนาเพื่อจำหน่าย ก็เป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ และหากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามที่รับสารภาพได้โดยไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบ

ย่อคำพิพากษา

การมียาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 ไว้ในครอบครองมีปริมาณน้อยกว่าสิบกิโลกรัม ก็อาจเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่ามีกัญชาจำนวน 110 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามที่ให้การรับสารภาพได้ คดีที่ไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๘, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยมีกัญชา ๑๑๐ กรัมไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาจำนวน ๑๐ กรัม ราคา ๑๐ บาท โดยมิได้รับอนุญาต พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๘, ๒๖,๗๕, ๗๖, ๑๐๒ กัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายและกัญชาที่จำเลยจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกันจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้จำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอไว้ ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสองกรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ และให้จำคุกโดยไม่รอการลงโทษ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้เพราะมีกัญชาไม่ถึง ๑๐ กิโลกรัม ตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคสองบัญญัติว่าการมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ ไว้ในครอบครองมีปริมาณตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไปให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาด แต่ในกรณีที่มียาเสพติดให้โทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ ไว้ในครอบครองมีปริมาณน้อยกว่าสิบกิโลกรัมนั้น ก็อาจเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาจำนวน ๑๑๐ กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ ดังนี้ จึงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองไม่ถึง ๑๐ กิโลกรัม โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพิสูจน์ความผิดของจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้ไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลย เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2527 พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ นางเป๊าะ ผิวขำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร · จำเลย - นางเป๊าะ ผิวขำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายสนอง เล่าศรีวรกต · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา