⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3759/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3759/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม คือ ความผิดฐานปลูกกัญชา และความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง หากกัญชาที่ครอบครองมิใช่ผลผลิตจากต้นที่ปลูก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกกัญชาจำนวน 10 ต้น กับมีกัญชาไว้ในความครอบครองจำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 1,100 กิโลกรัม โดยไม่ปรากฏว่ากัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองคือส่วนหนึ่งของผลผลิตซึ่งเกิดจากต้นกัญชาที่จำเลยปลูก จึงถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดกรรมเดียวการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๖ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจปลูกกัญชาจำนวน ๑๐ ต้น กับมีกัญชาไว้ในความครอบครองซึ่งกัญชาจำนวน ๑ ถุง น้ำหนัก ๑,๑๐๐ กิโลกรัมโดยไม่รับอนุญาต เหตุเกิดที่ตำบลสลักใด อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกัญชาดังกล่าวเป็นของกลาง จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๖๓/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๗๕,๗๖, ๑๐๒, ๑๐๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๖๓/๒๕๒๖ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๖๓/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๔๓๘/๒๕๒๖ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒, ๑๐๓ ประกอบกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ เรียงกระทงลงโทษฐานผลิตกัญชาลงโทษจำคุก ๒ ปี ฐานมีกัญชาจำคุก ๒ เดือน รวมจำคุก ๒ ปี ๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ริบของกลางนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๔๖๓/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๔๓๘/๒๕๒๖ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า การกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันหรือเป็นกรรมเดียว ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้จากคำฟ้องจำเลยรับสารภาพว่า จำเลยปลูกกัญชาจำนวน ๑๐ ต้น กับมีกัญชาไว้ในความครอบครองจำนวน ๑ ถุง น้ำหนัก ๑,๑๐๐ กิโลกรัม โดยไม่ปรากฏว่ากัญชาที่มีไว้ในครอบครองคือส่วนหนึ่งของผลผลิตซึ่งเกิดจากต้นกัญชาที่จำเลยปลูก จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกรรมเดียวดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๕/๒๕๒๔ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด ๒ กรรมฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้ เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยและบังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3759/2527 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นางคำพอ เชื้อกล้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นางคำพอ เชื้อกล้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสุนัย มโนมัยอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา